Category Archives: ข่าวสังคม

ยายสุดเศร้าถูกเจ้าหนี้จับหลานไปเป็นตัวประกัน 

         เพราะความจนจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อมารักษาลูกที่ป่วย ยายสุดเศร้าถูกเจ้าหนี้จับหลานไปเป็นตัวประกัน 

      ยายสุดเศร้าถูกเจ้าหนี้จับหลานไปเป็นตัวประกัน   เรื่องราวที่น่าเศร้าสลดใจ ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากความจนในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศโดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีการเผยแพร่ข่าวออกมาเมื่อวันที่ 9 เดือนสิงหาคมปีพศ 2564 โดยตามรายงานข่าวระบุว่ามีครอบครัวหนึ่งมีฐานะยากจนมาก โดยครอบครัวนี้อาศัยอยู่ที่เมืองโบโกซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในจังหวัดชวาตะวันตก

           อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้นเพื่อครอบครัวนี้มีสมาชิกคนหนึ่งป่วยและผู้เป็นแม่ต้องหาเงินมารักษาอาการป่วยของลูกสาวซึ่งอาการป่วยที่ว่านั้นระบุว่าอาการปวดรุนแรงมากแต่ไม่ได้แจ้งว่าป่วยด้วยโรคอะไรโดยแม่ผู้รักลูกได้ไปทำการกู้ยืมเงินนอกระบบมาใช้ในการรักษาอาการป่วยของลูกสาวของตนเองอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหนี้ได้มีการมาจับตัวหลานชายวัย 5 ขวบของ หญิงที่ไปทำการกู้เงินนอกระบบโดยเธอมีฐานะเป็นยายของเด็กชายวัย 5 ขวบคนดังกล่าว

       ซึ่งเจ้าหนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการทำร้ายเด็กอย่างแน่นอนเพียงแค่นำเด็กไปนอนค้างด้วยที่บ้านเท่านั้นส่วนสาเหตุที่ทางเจ้าหนี้นอกระบบนำตัวเด็กไปนั้นก็เพราะต้องการนำเด็กมาเป็นหลักค้ำประกันว่าทางด้านคุณยายจะไม่มีการหนีหนี้ของพวกเขานั่นเองอย่างไรก็ตามเด็กชายวัย 5 ขวบถูกนำตัวไปจากบ้านของคุณยายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมช่วงกลางเดือนซึ่งมาจนถึงเดือนสิงหาคม

         ยายของเด็กก็ไม่เคยเห็นหน้าหลานชายของตนเองอีกเลยนอกจากนี้เจ้าหนี้นอกระบบยังได้เดินทางมาที่บ้านของคุณยายเพื่อให้คุณยายเซ็นยืนยันการเป็นหนี้และได้ทำตัวหลานสาวอีกคนหนึ่งของคุณยายไปเป็นการค้ำประกันอีกด้วยทำให้คุณยายในต้องสูญเสียหลานทั้งสองคนไปซึ่งหลานสาวนั้นอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามคุณยายนั้นรู้สึกเป็นห่วงหลานทั้งสองคนมากจึงได้แจ้งความให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยทำการตรวจสอบว่าเจ้าหนี้นอกระบบของเธอนั้นนำตัวเด็กเพื่อไปหาผลประโยชน์ด้านอื่นหรือไม่เพราะในประเทศอินโดนีเซียนั้นนะช่วงเวลานี้มีคดีเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์จากเด็กค่อนข้างเยอะมากๆซึ่งภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจากคุณยายของเด็กน้อยทั้งสองคนก็เดินทางไปบ้านเจ้าหนี้นอกระบบทันที

        อย่างไรก็ตามเจ้าหนี้นอกระบบได้ให้ตัวเด็กน้อยทั้งสองคนกลับคืนมาสู่ครอบครัวโดยคุณยายได้รับสารของตัวเองกลับมาไว้เหมือนเดิมแต่ในขณะเดียวกันนั้นเจ้าหนี้นอกระบบก็ยังคงไม่ถูกดำเนินคดีใดๆจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าในขณะนี้ยังอยู่ในเรื่องของขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนจึงไม่สามารถดำเนินคดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

แท็กซี่เครียดรมควันฆ่าตัวตายคารถ เหตุเพราะ covid ระบาดทำให้ไม่มีผู้โดยสาร 

       แท็กซี่เครียดรมควันฆ่าตัวตาย  เมื่อวันที่ 26 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนลำผักชีได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านช่วงเวลาประมาณ 10:30 ว่าพบรถแท็กซี่จอดอยู่ตรงบริเวณใต้สะพานคลองลำปลาเน่าและพบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าว

  โดยพื้นที่ที่เกิดเหตุนั้นอยู่แถวบริเวณถนนฉลองกรุงเขตหนองจอก  เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุก็มีการประสานงานกับทางแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลและ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที

          เมื่อไปถึงบริเวณใต้สะพานข้ามคลองลำปลาเน่ามีแท็กซี่จอดอยู่ซึ่งแท็กซี่คันที่เกิดเหตุนั้นเป็นแท็กซี่คันสีเขียวเหลืองจอดอยู่ตรงบริเวณหน้าปากซอยผู้พันบ้านส่วนกลาง    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายาม

เปิดประตูรถปรากฏว่าประตูล็อคทั้ง 4 ด้านจึงได้มีการนัดรถพบว่าผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตภายในรถตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้เสียชีวิตอายุ 53 ปีชื่อว่านายจำเนียร  โดยสภาพศพนั้นนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณเบาะฝั่งที่นั่งคนขับภายในรถพบว่ามีเตาอั้งโล่ถูกจุดไฟใช้งาน

       ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากการที่ผู้เสียชีวิตนั้นจุดไฟจากเตาอั้งโล่รมควันตนเองอย่างไรก็ตามในขณะที่มีการเข้าไปตรวจสอบสพนั้นทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าใกล้สอบได้มีการสวมชุด ppe ทุกคนเพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้เสียชีวิต แท็กซี่เครียดรมควันฆ่าตัวตาย อาจจะติดเชื้อไวรัสโควิดได้นอกจากนี้ยังมีการห้ามไม่ให้ประชาชนที่มามุงดูเหตุการณ์เข้าใกล้จุดเกิดเหตุเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิตได้เช่นเดียวกัน 

          ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจค้นจุดเกิดเหตุพบว่าภายในรถแท็กซี่  ที่พูด ที่ผู้เสียชีวิตนอนตาย นั้นได้มีการเขียนจดหมายลาตายเอาไว้โดยมีการพูดถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละวันทั้งค่าที่พักรวมถึงเงินที่ยืมเพื่อนฝูงมานอกจากนี้ยังบ่นเรื่องของผู้โดยสารที่ตอนนี้ไม่มีผู้โดยสารแม้แต่คนเดียวผู้เสียชีวิตยังระบุด้วยว่าถึงแม้ว่าครอบครัวจะคอยให้กำลังใจเขา

แต่เขานั้นตอนนี้หมดกำลังใจแล้วเขาได้เขียนฝากขอบคุณเพื่อนๆและคนในครอบครัวของเขาด้วยซึ่งจะมีการฝากไปถึงลูกชายว่าเขาต้องการที่อยากจะเห็นลูกชายบวชและต้องการที่จะเกาะชายผ้าเหลืองของลูกชายแต่เขาเป็นคนวาสนาน้อย ทำให้ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอจนถึงลูกชายบวชได้

        อย่างไรก็ตามทางเพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นน่าจะมาจากความเครียดเนื่องจากผู้เสียชีวิตมาพูดคุยกับเพื่อนฝูงเป็นประจำว่าตอนนี้นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสก็ไม่สามารถหาเงินได้เลยผู้โดยสารก็มีน้อยมากบางวันไม่มีผู้โดยสารเลยเงินที่มีอยู่ก็ไม่พอที่จะส่งรถนอกจากนี้ยังต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าห้องอีกทำให้เกิดความเครียด

ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นมักจะมาบ่นกับเพื่อนเป็นประจำอย่างไรก็ตามในวันเกิดเหตุนั้นผู้เสียชีวิตก็มาบ่นกับเพื่อนอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ขอตัวกลับบ้านช่วงประมาณตอน 20:00 น ซึ่งเพื่อนก็ไม่คิดว่าผู้เสียชีวิตจะมาคิดสั้นฆ่าตัวตาย 

 

สนับสนุนโดย.  สมัครยูฟ่าเบท

วงการอัญมณีกำลังแย่เมื่อโรงงานผลิตปิดกิจการไปแล้วถึง 500 กว่าแห่ง

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของทางเศรษฐกิจนั้น

เรามักจะมองไปถึงเรื่องของการส่งออกเกี่ยวกับเรื่องของผลผลิตด้านเกษตรกรเป็นหลักรวมถึงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวแต่เรายังไม่เคยพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของอัญมณีกันเลย

ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีการส่งออกอัญมณีขายเป็นอันดับต้นๆของโลกซึ่งอัญมณีของไทยนั้นได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทยนั้นมีโรงงานที่เป็นโรงงานผลิตอัญมณีหลายร้อยแห่งด้วยกัน  แต่พอมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าเข้ามาโรงงานอัญมณีส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบ

วงการอัญมณีกำลังแย่ เพราะไม่สามารถที่จะส่งอัญมณีออกไปขายต่างประเทศได้ซึ่งปัจจุบันนี้จากสถิติที่มีการดูข้อมูลย้อนหลังที่ผ่านมาภายในระยะเวลาย้อนหลัง 7 เดือนมะเนี้ยอดการขายอัญมณีลดลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่หลายๆประเทศ

กำลังประสบปัญหากันอยู่ในขณะนี้เพราะอัญมณีถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่เราสามารถที่จะซื้อเก็บไว้ก็ได้หรือจะไปซื้อเก็บไว้ก็ได้และด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังมีกันอยู่ทุกประเทศในขณะนี้ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่นั้นมีการจัดระเบียบการใช้จ่ายในครัวเรือนของตนเองดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงมักที่จะนำเงินออกมาใช้ในการจำเป็นเท่านั้น

  ดังนั้นทำให้สินค้ากลุ่มประเภทอัญมณีนั้นถูกลดปริมาณการซื้อลงซึ่งผลการสำรวจปรากฏว่ายอดลดลงถึง 72% ด้วยกันในระยะเวลาเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้นเองและถ้าคิดเป็นเงินที่หายออกจากวงการอัญมณีไปได้ก็คือมีเงินหายมากกว่า 600 ล้านบาทเลยทีเดียว

ไม่ใช่เพียงแค่นี้สถานการณ์ของอัญมณีไทยถึงขั้นวิกฤตอย่างหนักเพราะมีแรงงานที่เป็นคนงานในโรงงานผลิตอัญมณีของประเทศไทยนั้นกำลังเริ่มจะตกงานเนื่องจากว่าโรงงานหลายแห่งในประเทศไทยเริ่มมีการทยอยปิดตัวลง

วงการอัญมณีกำลังแย่ เพราะไม่สามารถที่จะผลิตอัญมณีออกไปจำหน่ายให้กับต่างประเทศได้ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีคนงานมากกว่า 8 แสนคนที่จะต้องตกงานเร็ววันนี้เพราะในขณะนี้มียอดข้อมูลที่สามารถเชื่อถือได้ว่าโรงงานผลิตอัญมณีมากกว่า 500 แห่งกำลังทยอยปิดตัวลงในเร็ว

วันนี้นั่นเองดังนั้นในตอนนี้ทางสหพันธ์อัญมณีดึงออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของขอความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลว่าอยากจะได้ให้รัฐบาลประสานงานกับธนาคารกลางแห่งประเทศไทยช่วยอนุมัติเงินกู้ซึ่งทางสถาบันอัญมณีจะมีการขอกู้เงิน 3,000 ล้านบาทออกมาช่วยเหลือ บรรดาโรงงานทั้งหลายที่ผลิตอัญมณีที่กำลังจะทยอยปิดตัวลง

แต่พอยื่นเรื่องกู้ไปแล้วกลับได้รับการอนุมัติมาแค่เพียง 100 ล้านบาทเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานและความต้องการดังนั้นทางด้านสหพันธ์อัญมณีจึงอยากจะให้รัฐบาลพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของความช่วยเหลือให้มากกว่านี้เพราะไม่เช่นนั้นแล้วในอนาคตอันใกล้นี้ประชาชนจะตกงานอีกเกือบเป็นล้านคนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.  ติดต่อ ufabet

เด็กหญิงวัย 3 ขวบ จังหวัดมุกดาหารถูกล่วงละเมิดทางเพศจากเจ้าของร้านขายของชำ

      เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดมุกดาหารที่หมู่บ้านแก่งนางซึ่งหมู่บ้านนี้อยู่ใกล้ๆกันกับหมู่บ้านเดียวกับเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ชื่อน้องชมพู่ที่กำลังตามหาผู้ร้ายฆ่าน้องชมพู่กันอยู่โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ยายของเด็กหญิงวัย 3 ขวบได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจว่าหลานสาวถูกเจ้าของร้านขายขนมซึ่งเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้านได้ข่มขืน

โดยมีร่องรอยการข่มขืนที่ชัดเจนอย่างไรก็ตามหลังจากแจ้งความไปเมื่อวันที่ 21 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 คดีความยังไม่เดินหน้าไปถึงไหนแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอตรวจสอบหลักฐานอยู่ทำให้คุณยายของเด็กหญิงวัย 3 ขวบเกิดการร้อนใจ

จึงได้เดินทางไปหานักข่าวที่ช่องอมรินทร์ทีวีซึ่งตอนนั้นยังคงปักหลักทำข่าวเกี่ยวกับน้องชมพู่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งและได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังนักข่าวจะได้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เจ้านายที่สุดก็สามารถจับกุมตัวชายคนดังกล่าวได้

ซึ่งหลังจากก่อเหตุเขาไม่ได้หลบหนีแต่ยังคงอยู่ที่บ้านของตนเองโดยใช้คนดังกล่าวนั้นชื่อว่านายสุพล เขาเปิดร้านขายขนมอยู่ในหมู่บ้านขอสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือข่มขืนเด็กหญิงวัย 3 ขวบจริงโดยในวันดังกล่าวนั้นเด็กหญิงได้มาซื้อขนมและเมื่อเขาเห็นเด็กหญิงก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาจึงได้ดึงตัวเด็กหญิงเข้าไปในห้องและข่มขืน

แต่เด็กร้องไห้เสียงดังโวยวายและวิ่งออกไปจากร้านค้าได้หลังจากนั้นเด็กวัย 3 ขวบจึงได้ร้องไห้ไปฟ้องยายว่าถูกข่มขืนเจ้าของร้านชำยายจึงไปแจ้งความดำเนินคดีทางด้านเมียของนายสุพลเองในครั้งแรกนั้นไม่เชื่อว่าสามีจะข่มขืนเด็กได้

เพราะนายทรงพลนั้นมีปัญหาเรื่องของอวัยวะไม่แข็งตัวซึ่งเธอยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีนายสุพลมีอะไรกับเธอเพียงแค่ไม่ถึง 10 ลังด้วยซ้ำไปแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาจากกลุ่มและมีการสอบถามนายสุพล  สุท้ายแล้วนายสุพลก็สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือข่มขืนจริง

เมื่อภรรยาของนายสุพล ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเป็นลมเลยทันที ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสุทนไปทำแผนรับสารภาพซึ่งมีชาวบ้านและญาติพี่น้องของเด็กหญิงวัย 3 ขวบมาดูเหตุการณ์ทำแผนด้วยต่างก็พากันสาปแช่งนายสุพลและเรียกร้องให้มีการคุมขัง

และประหารชีวิตซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านเด็กหญิงเองยังอยู่ในระหว่างการตกใจมีอาการหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาจนต้องประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยและปลอบใจเด็กหญิงรวมถึงตอนนี้ได้มีการย้ายตัวเด็กหญิงวัย 3 ขวบไปอยู่ที่บ้านพักเด็กในจังหวัดมุกดาหารเพื่อเยียวยาจิตใจก่อนที่จะส่งกับตัวมาอยู่กับยายเหมือนเดิม

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

พนักงาน ทอท

พนักงาน ทอท.’ โพสต์เหยียดลูกค้า

พนักงาน ทอท ข่าวพนักงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเปรียบเทียบลูกค้าที่มาใช้บริการเหมือนสัตว์

                 กำลังเป็นกระแสร้อนแรงเป็นอย่างมากในโลกสังคมออนไลน์เพราะมีหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง ระบุข้อความว่า “ สวนสัตว์เปิดแล้วจ้า  มาทุกประเภทสัตว์ “  ซึ่งข้อความนี้ได้มีการหลุดออกมาและมีการแชร์กันเป็นจำนวนมากซึ่งใครที่ได้เห็นข้อความนี้ต่างก็ไม่พอใจ

พากันโกรธแค้นพนักงานคนนี้และเรียกร้องให้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานคนนี้ ซึ่งข้อความดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นดังจนมีการนำเสนอข่าวนี้ออกทางสื่อทีวีช่อง 3 และเมื่อทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวก็มีแถลงการณ์เป็นหนังสือออกมาขอโทษประชาชน โดยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลเพราะมีการโพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัว แต่ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ก็ได้มีการเรียกพนักงานท่านนั้นมาว่ากล่าวตักเตือนและสั่งให้พนักงานลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว ทั้งนี้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีการตั้งกรรมการสวบสวนพนักงานคนนี้ถึงการกระทำดังกล่าวเพราะถึงแม้จะเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว

แต่ก็ขัดกับกฎระเบียบของทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเช่นเดียวกัน  และหลังจากที่มีแถลงการณ์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกมาเฟสบุ๊กของพนักงานคนดังกล่าวก็ได้มีการลบโพสต์ขอ้ความที่มีกระแสดังออกไปแล้ว

และได้มีการโพสต์แสดงข้อความขอโทษประชาชนพร้อมทั้งระบุว่าประโยคคลาสสิกสำหรับคนทำความผิดโดยไม่คิดว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถึงแม้จะมีการโพสต์ขอโทษออกมาแต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังมีท่าทีไม่พอใจ ต้องการให้พนักงานคนนั้นออกมารับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองมากกว่านี้

               การที่ใครก็ตามจะแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของตนเองนั้นไม่มีค่าว่าอะไร แต่การที่ด่าพาดพิงคนอื่นไปทั่วโดยที่คนเหล่านั้นไม่ได้ทำอะไรคุณเลยเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง พนักงานคนนี้สมควรได้รับการลงโทษสถานหนักถึงความปากพล่อยพูดหรือพิมพ์อะไร

โดยไม่คิด เขียนแค่ต้องการความสนุกสนานของตัวเองเท่านั้น การทำงานบริการนั้นย่อมต้องเจอคนนิสัยทั้งดีและไม่ดี ซึ่งพนักงานที่ดีควรทำงานด้วยคำตั้งใจและไม่ควรแสดงอารมณ์แบบนี้ออกมา หากรู้สึกไม่พอใจมาก

สิ่งที่คุณทำได้คือการระบายอารมณ์กับเพื่อนกับคนในครอบครัวและควรต่อว่าเฉพาะคนที่เขาทำไม่ดีกับคุณแต่ไม่ควรด่ากราดไปทั่วแบบนี้เพราะเมื่อข้อความที่คุณโพสต์มันหลุดรอดออกมาให้คนในสังคมเห็นผลลัพธ์ที่ตามมามันน่ากลัวกว่าที่คุณคิด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   UFABET เว็บตรง

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจ

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจ ข่มขู่รีดไทยเงินเงินตน ได้เงินไปสามแสนบาท

      หนุ่มโพสต์แฉตำรวจ เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กคนหนึ่งโพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองและภรรยาถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐรังแก เรียกเงินไปเป็นเงินกว่าสามแสนบาท ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ลงไปสอบถาม ชายคนดังกล่าวก็ได้เล่าเรื่องราวที่ภรรยาของตนได้เจอมา โดยสมมุติชื่อผู้เล่าว่านายพล และภรรยาชื่อนางพิม 

ซึ่งนายพลบอกว่า ตัวเองมีอาชีพเปิดร้านอาหารอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นี่เอง และ เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว นางพิมและลูกวัยขวบกว่าๆได้เดินทางไปหมู่บ้านโป่งงายเพื่อไปงานแต่งงานของญาติ และตอนที่กำลังกลับบ้าน ซึ่งนางพิมและลูกได้อาศัยนั่งรถมากับเพื่อนบ้านนั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้จอดรถเพื่อทำการตรวจค้น

แต่ด้วยนางพิมไม่ได้พกบัตรต่างด้าวติดตัวไป จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาไม่พกบัตรและลักลอบเข้าเมืองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนางพิมและลูก รวมกับชาวบ้านอีกประมาณ 3 คนให้ไปที่โรงพัก แต่เมื่อขึ้นรถมากับตำรวจปรากฎว่าตำรวจพามาที่ป่าบนเขา และได้พูดคุยเจรจาเรียกเงินแทนการจับไปที่สถานีตำรวจ

โดยเรียกเงินไปทั้งสิ้นเป็นเงินถึงห้าแสนบาท ซึ่งตอนนั้นนางพิมกดเงินจากบัตรให้กับตำรวจได้ แปดหมื่นบาทแต่เงินไม่พอจึงได้ไปโอนเงินเพิ่มให้อีก หกหมื่นบาทแต่ก็ยังไม่พออีก ตำรวจจึงไม่ยอมปล่อยตัวหลังจากนั้นมีหญิงคนหนึ่งเข้ามาคุยกับนางพิมบอกจะจ่ายเงินให้ก่อน 1.6 แสนบาทแล้วค่อยนำเงินมาคืน ทำให้มีเงินให้ตำรวจเป็นเงิน 3 แสนบาท

ตำรวจจึงยอมปล่อยตัวซึ่งระหว่างที่มีการเรียกเงินนางพิมได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย และเมื่อนางพิมกลับมาถึงบ้านผู้หญิงคนที่โอนเงินให้ก่อนก็โทรมาทวงเงินทำให้นายพลต้องไปโอนเงินคืนให้ หลังจากนั้น ด้วยความคับแค้นใจ นายพลจึงได้นำหลักฐานทั้งคลิปวีดิโอและหลักฐานการกดเงิน การโอนเงินทั้งหมดมาโพสต์ลงบนเฟสบุ๊กและยังนำหลักฐานชุดเดียวกันนี้ไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5

ซึ่งหลังจากมีการร้องเรียนไปก็มีหลายคนพยายามโทรมาเจรจาขอคืนเงินให้ มีทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และยังมีอดีตนายกเทศมนตรีของอำเภอแม่อายก็พยายามโทรมาเจรจากับนายพลด้วย ซึ่งขณะที่ทั้งสองคนโทรมานั้น นักข่าวอยู่กับนายพลพอดี จึงได้ยินข้อความการขอเจรจาทั้งหมด ซึ่งมีการโทรมาคุยเพื่อเจรจาหลายรอบมาก แต่นายพลยืนยันจะเอาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รังแกประชาชนให้ได้ 

 

 

สนับสนุนโดย  Aesexy

สัตว์ในตำนาน

สัตว์ในตำนานที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยๆปี

สัตว์ในตำนาน คุณเคยคิดหรือไม่ว่าหากว่าคุรนั้นมีอายุยืนอยู่ได้จนถึงเทียบเท่ากับสัตว์ที่มีอายุนานเป็นร้อยปีมันจะเป็นอย่างไรและคุณจะเห็นสัตว์แปลกประหลาดที่มีอายุยืนราวกับว่ามันเป็นอมตะเลยทีเดียวแต่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยืนนานเท่ากับสัตว์พวกนี้ได้อีกแล้วเพราะมันเป็นสัตว์ที่เป็นอมตะที่ไม่มีวันตายและมีอายุยืนนานเป็นร้อยๆปีอีกด้วยสสงสัยกันใช่มั้ยว่ามันเป็นสัตว์อมตะอย่างไรและมันมีอะไรที่ทำให้มันนั้นไม่ตาย

หนอนตัวแบน

คุณจะเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ฆ่าไม่ตายเลยก็ว่าได้เพราะว่าหากได้ถูกตัดออกขาดเป็นสองท่อนแต่มันก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และมีเวลาซ่อมแซมตัวเองได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆซึ่งสัตว์เป็นอมตะตัวนี้สามารรถพบเห็นได้บนโลกทั้งในน้ำจืดและในน้ำเค็มและในแหล่งน้ำทางธรรมชาติอื่นๆ

นักวิทยาศาสตร์ก็ได้กล่าวว่าความสามารถดังกล่าวของหนอนตัวแบนเหล่านี้มันมาจากเซลล์นีโอบัสซึ่งมันเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่มากช่วยสร้างในส่วนที่หายไปกลับมาใหม่ในระยะเวลาสั้นๆและเนื่องจากว่ามันไม่มีอวัยวัยวะเช่น หัวใจ หรือ ปอด เหมือนกับสัตว์ตัวอื่นๆทำให้มันอยู่ต่อไปได้อย่างสบายๆนอกจากนี้ในปี1960

มีงานวิจัยของเจมส์ได้เผยออกมาว่าแม้ว่าหนอนตัวแบนจะถูกตัดส่วนหัวออกไปแล้วแต่พวกมันก็ยังไม่เสียความจำโดยเกิดจากสารRNAปลุกถ่ายความจำสมองส่งผ่านรหัสของข้อมูลพาเซลล์ประสาทไปทั่วร่างกายหมายความว่าต่อให้มันถูกแยกร่างออกจากกันกี่ครั้งพวกมันก็ยังจำวิธีการหาอาหารหรือผสมพันธุ์ได้อีกด้วย

หอยเม่นทะเลสีแดง

หอยเม่นนอกจากมันจะมีหนามที่เป็นอาวุธที่ช่วยป้องกันตัวจากนีกล่าแล้วสำหรับหอยเม่นทะเลตัวสีแดงนั้นมันยังได้มีความพิเศษไปมากกว่านั้นอีกด้วยเพราะนอกจากว่าหอยเม่นนั้นจะมีอายุยืนยาวนานกว่า100ปีพวกหอยเม่นนั้นมันก็ยังไม่แก่ตัวลงเหมือนอายุของมันและหอยเม่นนั้นมันยังสามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ทั้งตลอดชีวิตด้วย

สำหรับหอยเม่นทะเลสีแดงนั้นสามารถพบเห็นได้ในทะเลหน้าน้ําตื้นทางภาคตะวันออกเฉีงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมันได้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากในระยยะในช่วงของสองปีแรกจากนั้นมันก็ได้เริ่มช้าลงเรื่อยๆแต่ว่าหอยเม่นสีแดงนั้นมันก็ยังไม่มีทาทีที่เจ้าหอยเม่นสีแดงนั้นจะหยุดเจริญเติบโต

ซึ่งปกติแล้วอายุประมาณเฉลี่ยของพวกหอยเม่นนั้นอยู่ที่ราวๆ7 15ปีแต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบหอยเม่นทะเลสีแดงตัวหนึ่งในหน้าน้ำบริติชโคลัมเบียที่มีอายุประมาณ200ปีและไม่มีสัญญาณของชรอภาพให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ข่าวสังคมที่โด่งดัง

ข่าวสังคมที่โด่งดัง

ข่าวสังคมที่โด่งดัง หญิงสาวชาวไทย เปิดเผยถูกบูลลี่ ที่อังกฤษ

 เนื่องจากว่าใส่หน้ากากอนามัย หลังจากที่มีข่าว เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

หญิงสาวชาวไทย ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกคนประเทศอังกฤษแผดเสียงใส่หน้า ไล่ให้เดินออกมาจากตลาด ไม่ให้ใช้ฟุตบาทร่วม เนื่องจากกล่าวหาเป็นตัวเชื้อโรค หลังจากที่เธอได้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะเหตุว่า เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เฟซบุ๊ก Panrawee Rungskunroch ได้ออมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกบูลลี่ที่อังกฤษ เนื่องจากใส่หน้ากากอนามัย โดยหญิงสาวคนดังกล่าวเล่าว่า “คนจำนวนไม่น้อยเคยถามพวกเราว่าอยู่อังกฤษมานานๆเคยถูก bully (ดูหมิ่นเหยียดหยาม) บ้างหรือเปล่า 

เนื่องจากว่าหลายๆประเทศมีการเหยียดคนต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย เธอเล่าว่าส่วนตัวแล้วเธอไม่เคยโดนเลย แม้กระนั้นเพื่อนฝูงรอบกายก็อาจจะมีโดนบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหายคนจีน กระทั่งพวกเราใส่หน้ากากอนามัยออกมาจากบ้านเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย จึงทำให้รู้เรื่องว่าการโดน bully จริงๆมันเป็นแบบงี้นี่เอง

เธอเล่าว่าสำหรับที่ประเทศอังกฤษแล้วการที่คนใส่หน้ากากอนามัย ที่นั่นจะเข้าใจว่าคุณป่วย และมักป่วยเป็นโรคทีร้ายแรงมากจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งตามความคิดเห็นของคนอังกฤษนั้นคนป่วยต้องอยู่บ้านไม่ควรออกมาเดินบนท้องถนน

ดังนั้นคนอังกฤษจึงมักมองว่าการที่คนใส่หน้ากาอนามัยเป็นตัวเชื้อโรค ส่วนมากที่ประเทศอังกฤษจะไม่ใส่กัน แต่ที่เธอกับเพื่อนคนจีนใส่เพราะพวกเธอเห็นข่าว ว่ามีคนจีนที่ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแล้วเป็นโรคนี้ เธอเกรงว่าที่ประเทศอังกฤษก็อาจจะมีคนเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหรือยังไม่เป็นข่าว

เพราะเพื่อนคนจีนของเธอบอกว่ามีคนจีนที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมืองHubei ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกลับมาที่อังกฤษด้วย ตอนแรกที่เธอถูก bully นั้นเธอเจอแค่เพียงลุกหนี เดินหนีใส่ แต่ต่อมาเหตุการณ์กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะเริ่มมีคนตะโกนด่า

และตะโกนไล่ตั้งแต่ที่มีข่าวว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่อังกฤษ ซึ่งคนอังกฤษเข้าใจว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่มีเชื้อโรค จึงได้ทั้งผลักทั้งไล่ไม่ให้อยู่ใกล้ๆด้วย และอีกเรื่องที่เธอและเพื่อนจีนกำลังเจอปัญหาอย่างหนักคือหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือหาซื้อไม่ได้เพราะสินค้าขาดตลาดและถ้าซื้อทางอินเตอร์เน็ต ทางร้านค้าออนไลน์ก็โก่งราคาขายแพงมาก

ซึ่งเธอยังได้กล่าวออกมาอีกว่า ถีงแม้เธอจะถูกรังเกียจจากชาวอังกฤษแต่เธอและเพื่อนคนจีนจะยังคงใส่หน้ากากอนามัยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าโรคนี้จะรักษาให้หายได้เพราะไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยง