ข่าวสังคมที่โด่งดัง

หญิงสาวชาวไทย เปิดเผยถูกบูลลี่ ที่อังกฤษ

 เนื่องจากว่าใส่หน้ากากอนามัย หลังจากที่มีข่าว เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

หญิงสาวชาวไทย ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกคนประเทศอังกฤษแผดเสียงใส่หน้า ไล่ให้เดินออกมาจากตลาด ไม่ให้ใช้ฟุตบาทร่วม เนื่องจากกล่าวหาเป็นตัวเชื้อโรค หลังจากที่เธอได้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะเหตุว่า เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เฟซบุ๊ก Panrawee Rungskunroch ได้ออมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกบูลลี่ที่อังกฤษ เนื่องจากใส่หน้ากากอนามัย โดยหญิงสาวคนดังกล่าวเล่าว่า “คนจำนวนไม่น้อยเคยถามพวกเราว่าอยู่อังกฤษมานานๆเคยถูก bully (ดูหมิ่นเหยียดหยาม) บ้างหรือเปล่า 

เนื่องจากว่าหลายๆประเทศมีการเหยียดคนต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย เธอเล่าว่าส่วนตัวแล้วเธอไม่เคยโดนเลย แม้กระนั้นเพื่อนฝูงรอบกายก็อาจจะมีโดนบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหายคนจีน กระทั่งพวกเราใส่หน้ากากอนามัยออกมาจากบ้านเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย จึงทำให้รู้เรื่องว่าการโดน bully จริงๆมันเป็นแบบงี้นี่เอง

เธอเล่าว่าสำหรับที่ประเทศอังกฤษแล้วการที่คนใส่หน้ากากอนามัย ที่นั่นจะเข้าใจว่าคุณป่วย และมักป่วยเป็นโรคทีร้ายแรงมากจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งตามความคิดเห็นของคนอังกฤษนั้นคนป่วยต้องอยู่บ้านไม่ควรออกมาเดินบนท้องถนน

ดังนั้นคนอังกฤษจึงมักมองว่าการที่คนใส่หน้ากาอนามัยเป็นตัวเชื้อโรค ส่วนมากที่ประเทศอังกฤษจะไม่ใส่กัน แต่ที่เธอกับเพื่อนคนจีนใส่เพราะพวกเธอเห็นข่าว ว่ามีคนจีนที่ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแล้วเป็นโรคนี้ เธอเกรงว่าที่ประเทศอังกฤษก็อาจจะมีคนเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหรือยังไม่เป็นข่าว

เพราะเพื่อนคนจีนของเธอบอกว่ามีคนจีนที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมืองHubei ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกลับมาที่อังกฤษด้วย ตอนแรกที่เธอถูก bully นั้นเธอเจอแค่เพียงลุกหนี เดินหนีใส่ แต่ต่อมาเหตุการณ์กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะเริ่มมีคนตะโกนด่า

และตะโกนไล่ตั้งแต่ที่มีข่าวว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่อังกฤษ ซึ่งคนอังกฤษเข้าใจว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่มีเชื้อโรค จึงได้ทั้งผลักทั้งไล่ไม่ให้อยู่ใกล้ๆด้วย และอีกเรื่องที่เธอและเพื่อนจีนกำลังเจอปัญหาอย่างหนักคือหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือหาซื้อไม่ได้เพราะสินค้าขาดตลาดและถ้าซื้อทางอินเตอร์เน็ต ทางร้านค้าออนไลน์ก็โก่งราคาขายแพงมาก

ซึ่งเธอยังได้กล่าวออกมาอีกว่า ถีงแม้เธอจะถูกรังเกียจจากชาวอังกฤษแต่เธอและเพื่อนคนจีนจะยังคงใส่หน้ากากอนามัยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าโรคนี้จะรักษาให้หายได้เพราะไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยง