การรับมือกับสังคมการทำงานในออฟฟิศ

สังคมนักสู้ของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา  แน่นอนว่าการใช้ชีวิตร่วมกันในการทำงานจะต้องมีปัญหาหลายอย่างตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน  การแก่งแย่งชิงดี  การนินทาว่าร้าย การตีสองหน้าคอยแทงด้านหลัง

  หรือแม้กระทั่งเรื่องการคอยจับผิดเพื่อเอาหน้า  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนอ่อนแอจนกระทั่งยอมแพ้จนต้องหาทางออกด้วยการ “ลาออก” ในที่สุด  แต่ยังมีหลายคนที่ดำเนินชีวิตของตนเองในสังคมเดิมๆต่อไปได้  แถมคนเหล่านั้นก็ยังสามารถเจริญก้าวหน้าในสายงานขึ้นอีกด้วย  

รับมือกับสังคมการทำงานในออฟฟิศอย่างไร???  ถึงจะอยู่รอด!!!

  1. รู้จักวางตัว : การรู้จักกาละเทศะไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือการออกความคิดเห็น  เราต้องรู้จังหวะที่ควรพูดหรือจังหวะที่ควรเงียบ  และต้องรู้หน้าที่ของตนเองไม่ก้าวก่ายหน้าที่หรือสายงานของคนอื่นแม้ตัวเองจะทำได้ก็ตาม  ต้องไม่ทำตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคม  ให้รู้จักถ่อมตัวเวลาเข้าหาผู้ใหญ่หรือคนที่แก่สายงานมาก่อน จึงจะพาตัวเองให้อยู่รอดได้นั่นเอง 
  2. ฟังให้เยอะ : การฝึกตัวเองเป็นคนพูดให้น้อยและรู้จักรับฟังให้มากขึ้นมักจะดีกว่า ซึ่งการฟังจะทำให้เรามีสมาธิ รู้จักตั้งสติกับเรื่องที่ฟังแล้วนำมาต้องไตร่ตรองถึงเหตุและผล รู้จักเลือกฟังแต่สิ่งดีๆเพื่อนำข้อมูลนั้นไปต่อยอดกับการทำงานได้หลากหลาย 
  3. พูดให้น้อย : “คิดก่อนพูด” ประโยคสุดฮิต หลายคนที่ขาดสติจากการพูด นึกอยากจะพูดก็พูด ไม่คิดถึงผลที่จะตามมา  ดังนั้นก่อนเอ่ยปากที่จะเล่าหรือพูดกับใครให้คิดดีๆก่อนที่พูดออกไป เพราะในบางครั้งเรื่องที่พูดกับคนที่ฟังอาจนำไปสื่อสารต่อ โดยชักนำศัตรูมาหาเราโดยไม่ตั้งใจ  
  4. รู้จักสังเกต : จากสุภาษิตที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม”  ยังคงใช้ได้เสมอ การอยู่ให้รอดและอยู่เป็นเราต้องรู้จักสังเกตุเพื่อนร่วมงานหรือสไตล์การทำงานของสายงานเดียวกันว่าเขาทำงานกันอย่างไร บุคลิกของแต่ละคนจะเข้าหาได้ในแนวไหนในเวลาที่ต้องคุยงาน  เช่น ในสายงานที่เราทำอยู่เน้นการสื่อสารกันทางเมล์มากกว่าการโทรแจ้งหรือไลน์  เราควรหมั่นเช็คและใช้การตอบกลับในช่องทางนั้นๆ เพื่ออัพเดทตัวเองให้ทันกับสถานการณ์ของทีมงาน
  5. ปฏิเสธให้เป็น : เราต้องรู้จักการปฏิเสธเมื่อควรปฏิเสธ หากเราทำได้ทุกอย่างเมื่อมีการขอความช่วยเหลือหรือโอนงานมาให้ สุดท้ายเราจะต้องมานั่งทำงานให้เขาจนกลายเป็นงานของเราต้องรับผิดชอบต่อไป  ดังนั้นต้องปฏิเสธให้เป็นหรือแกล้งโง่บ้างก็ดี  เพราะการแคร์คนที่ไม่ควรแคร์หรือมีน้ำใจไม่ถูกที่ในบางครั้งหากเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือเหมือนทุกครั้ง  เราอาจถูกว่าไร้น้ำใจในที่สุด
  6. อย่าสร้างศัตรู : สังคมการทำงานสิ่งที่ควรระมัดระวังคือคำพูด ไม่เอาแต่พูดสนุกปากหรือว่าร้ายนินทาคนอื่นจะเป็นการสร้างศัตรูมาให้ตนเองเปล่าๆ  แต่ถ้ารู้จักสร้างรอยยิ้ม ไม่ถือตัวและมีน้ำใจรู้จักช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพแถมยังทำให้ตนเป็นที่น่าคบหาด้วยนั่นเอง
  7. รู้จักปล่อยวางและมองโลกอย่างเข้าใจ : หลายครั้งที่เจอปัญหาเกี่ยวกับงานไม่ว่าจะเป็นการถูกบ่น ถูกตำหนิ หรือคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกถดถอยจากหัวหน้างานหรือเพื่อร่วมงานก็ตาม เราต้องรู้จักการเติมพลังบวกให้ตัวเองด้วยการมองโลกในแง่ดี  หรือการปล่อยวาง  โดยการทำความเข้าใจว่าไม่มีคนไหนที่ทำงานแล้วไม่ผิดพลาด  หรือไม่มีใครที่ไม่เคยถูกตำหนิ แต่จงรับฟังแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขอย่างยินดี  และมองให้เป็นเรื่องธรรมดา

 

การใช้ชีวิตร่วมกันกับ “คน” ร้อยพ่อพันแม่  ไม่แปลกเลยที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆตามมา  แต่การเรียนรู้ที่จะอยู่กับสังคมนั้นให้รอดนั้น เราต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นเหยื่อของความอ่อนแอและยอมแพ้ไปในที่สุด  แต่จะทำอย่างไรเพื่อตั้งรับการสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น  ดังนั้นเราจึงต้องมี “สติ” ค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet