หนุ่มโพสต์แฉตำรวจ ข่มขู่รีดไทยเงินเงินตน ได้เงินไปสามแสนบาท

       เมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กคนหนึ่งโพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวที่ตัวเองและภรรยาถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐรังแก เรียกเงินไปเป็นเงินกว่าสามแสนบาท ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ลงไปสอบถาม ชายคนดังกล่าวก็ได้เล่าเรื่องราวที่ภรรยาของตนได้เจอมา โดยสมมุติชื่อผู้เล่าว่านายพล และภรรยาชื่อนางพิม 

ซึ่งนายพลบอกว่า ตัวเองมีอาชีพเปิดร้านอาหารอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นี่เอง และ เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว นางพิมและลูกวัยขวบกว่าๆได้เดินทางไปหมู่บ้านโป่งงายเพื่อไปงานแต่งงานของญาติ และตอนที่กำลังกลับบ้าน ซึ่งนางพิมและลูกได้อาศัยนั่งรถมากับเพื่อนบ้านนั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้จอดรถเพื่อทำการตรวจค้น

แต่ด้วยนางพิมไม่ได้พกบัตรต่างด้าวติดตัวไป จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาไม่พกบัตรและลักลอบเข้าเมืองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนางพิมและลูก รวมกับชาวบ้านอีกประมาณ 3 คนให้ไปที่โรงพัก แต่เมื่อขึ้นรถมากับตำรวจปรากฎว่าตำรวจพามาที่ป่าบนเขา และได้พูดคุยเจรจาเรียกเงินแทนการจับไปที่สถานีตำรวจ

โดยเรียกเงินไปทั้งสิ้นเป็นเงินถึงห้าแสนบาท ซึ่งตอนนั้นนางพิมกดเงินจากบัตรให้กับตำรวจได้ แปดหมื่นบาทแต่เงินไม่พอจึงได้ไปโอนเงินเพิ่มให้อีก หกหมื่นบาทแต่ก็ยังไม่พออีก ตำรวจจึงไม่ยอมปล่อยตัวหลังจากนั้นมีหญิงคนหนึ่งเข้ามาคุยกับนางพิมบอกจะจ่ายเงินให้ก่อน 1.6 แสนบาทแล้วค่อยนำเงินมาคืน ทำให้มีเงินให้ตำรวจเป็นเงิน 3 แสนบาท

ตำรวจจึงยอมปล่อยตัวซึ่งระหว่างที่มีการเรียกเงินนางพิมได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย และเมื่อนางพิมกลับมาถึงบ้านผู้หญิงคนที่โอนเงินให้ก่อนก็โทรมาทวงเงินทำให้นายพลต้องไปโอนเงินคืนให้ หลังจากนั้น ด้วยความคับแค้นใจ นายพลจึงได้นำหลักฐานทั้งคลิปวีดิโอและหลักฐานการกดเงิน การโอนเงินทั้งหมดมาโพสต์ลงบนเฟสบุ๊กและยังนำหลักฐานชุดเดียวกันนี้ไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5

ซึ่งหลังจากมีการร้องเรียนไปก็มีหลายคนพยายามโทรมาเจรจาขอคืนเงินให้ มีทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และยังมีอดีตนายกเทศมนตรีของอำเภอแม่อายก็พยายามโทรมาเจรจากับนายพลด้วย ซึ่งขณะที่ทั้งสองคนโทรมานั้น นักข่าวอยู่กับนายพลพอดี จึงได้ยินข้อความการขอเจรจาทั้งหมด ซึ่งมีการโทรมาคุยเพื่อเจรจาหลายรอบมาก แต่นายพลยืนยันจะเอาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รังแกประชาชนให้ได้ 

 

 

สนับสนุนโดย  Aesexy