ข่าวจับสมคิด พุ่มพวงได้บนรถไฟ

จากกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆ่าตาย และจากการสอบสวนพบว่าฆาตกรที่ฆ่าหญิงสาวคนดังกล่าว เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุก และอยู่ระหว่างการหลบหนีนั้น ปัจจุบันชาวโซเชี่ยวต่างก็พยายามช่วยกันหาเบาะแสของฆาตกรรายนี้เพื่อส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถตามจับฆาตกรโรคจิตคนนี้ให้มารับโทษให้ได้

ซึ่งผลจากการร่วมมือร่วมใจกันของคนในสังคม ทำให้วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นาย สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องจากที่เป็นโรคจิตคนนี้ได้แล้ว โดยมีคนแจ้งเบาะแสว่าเห็นนายสมคิด พุ่มพวงอยู่บนรถไฟที่นายสมคิด ขึ้นมาจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กำลังจะเดินทางมาลงที่อยุธยา แต่ถูกจับกุมได้ที่สถานีรถไฟที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาเสียก่อน

ซึ่งทางพลเมืองดีที่เป็นคนให้เบาะแสกับตำรวจแจ้งว่า เขาจำนายสมคิดได้จากรอยแผลเป็นที่ใบหน้าและจำตาของนายสมคิดได้  ถึงแม้ว่าตอนอยู่บนรถไฟ นายสมคิดจะทั้งใส่หมวก เอาผ้าปิดปาก แถมยังห่มผ้าห่มก็ตาม เขาจึงทำการโทรแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบและนำมาซึ่งการจับกุมนายสมคิดได้ในครั้งนี้

             แต่เมื่อจับตัวนายสมคิด พุ่มพวงมาสอบสวน เขาก็ให้การสารภาพว่าเป็นคนฆ่าจริงและเขารู้สึกดีที่ได้บีบคอเหยื่อ และหากครั้งนี้ เข้าต้องโทษประหารชีวิต เขาก็ไม่กลัวตายเพราะยังไงคนเราก็ต้องตายกันทุกคนอยู่แล้ว  ซึ่งขณะที่มีการสอบสวนตำรวจได้เชิญจิตแพทย์เข้ามาฟังคำให้การพร้อมกับนักข่าวด้วย ซึ่งทางจิตแพทย์ยืนยันว่า นายสมคิด พุ่มพวง มีการอาการทางจิตอย่างหนึ่ง

ซึ่งอาการป่วยของนายสมคิด เป็นอาการทางจิตที่ไม่รักษาให้หายขาดได้ดังนั้น ทางจิตแพทย์จึงลงความเห็นว่าคดีของนายสมคิดนั้น สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ตามปกติ เพราะนายสมคิดไม่ได้บ้า เพียงแต่เป็นโรคจิตเภทอย่างหนึ่งซึ่งตอนที่ก่อเหตุฆาตกรรมก็ยังรู้สึกตัว เพียงแต่ว่าเวลาเขาฆ่าคนแล้วเขามีความสุข ดังนั้นเขาจึงกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องและที่สำคัญนายสมคิด พุ่มพวง ไม่ควรจะได้ออกมาจากเรือนจำอีกแล้วเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

           การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับคนร้ายได้เร็วขึ้นส่วนหนึ่งต้องขอบคุณทุกคนในสังคมที่ช่วยกันติดตามหาเบาะแส ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำให้ครั้งนี้ สามารถตามจับฆาตกรต่อเนื่องได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ทำให้เราเห็นว่าคนไทย

ยังมีความรักความสามัคคีกันอยู่ ยังช่วยเหลือกันในขณะที่คนในประเทศต้องการความช่วยเหลือ คนไทยยังไม่แตกแยกกันซะทีเดียวเมื่อมีเหตุจำเป็นก็สามารถร่วมมือกันทำงานให้ งานชิ้นนั้นประสบกับความสำเร็จได้ เห็นได้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นั่นเอง