กระเทียมมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

หลายคนยังไม่รู้ว่ากระเทียมมีประโยชน์อย่างไร  และกระเทียมยังเป็นพืชชนิดหนึ่งที่เรานำมาประกอบอาหารทั้งใบและหัว  นอกจากนั้นยังเป็นพืชสมุนไพรสามารถที่จะรักษาโรคได้หลายชนิด  แม้กระเทียมจะมีกลิ่นที่ฉุนและมีรสเผ็ดก็ตาม  ในทางตำราโบราณได้กล่าวถึงการใช้กระเทียมในการรักษาโรคต่างๆมานานแล้วไม่ได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น  จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์มีการใช้งานในหลายที่เช่นกัน  แม้กระทั่งใช้เพื่อกันผีหากเราดูหนังฝรั่งบางเรื่องจะใช้กันผีดูดเลือดแต่ทั้งนี้เป็นความเชื่อของคนโบราณ  กระเทียมสามารถรักษาใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน  และนำไปแปรรูปเป็นยาชนิดอื่นและมีรูปแบบต่างๆเพื่อให้ง่ายต่อการกิน  ทางการแพทย์ในโบราณถือได้ว่าเป็นยาดีที่รักษาโรคได้มากมาย

garlic-content-fresh-garlic

กระเทียมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์  Allium  Sotivum Linn  เป็นพืชพวกหญ้าที่มีหัวอยู่ในดิน  โดยหัวมีลักษณะเป็นกลีบเป็นซีกๆรวมกันเป็นกระจุกใบเรียวยาว  มีรสเผ็ดและกลิ่นฉุน  และมีหลายพันธุ์ที่เรานำมาใช้ประกอบอาหาร  มีข้อมูลว่ากระเทียมได้นำมาใช้ประโยชน์มากกว่า 5 พันปีมาแล้ว  ในทางประวัติศาสตร์จีนได้นำกระเทียมมาใช้เมื่อ 4 พันปีมาแล้ว  โดยนำมาเป็นยารักษาโรคจนรอดตายมาแล้ว  ชาวอียิปต์นำกระเทียมมารักษาโรคต่างๆ  เช่น  ปวดหัว  หอบหืด  โรคหวัด  บรรเทาอาการไอ  ขับเสมหะ  ปวดฟัน  ขับปัสสาวะ  เป็นต้น  ชาวยิวได้นำมาประกอบอาหารและมีความเชื่อเรื่องให้โชคลางอีกด้วย  ฮิปโปเครติสใช้กระเทียมในการรักษาโรคเรื้อน  เมื่อก่อนทางใต้ของฝรั่งเศสเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นและมีผู้คนล้มตายจำนวนมากแต่มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งดื่มน้ำส้มสายชูผสมกับกระเทียมรอดชีวิตออกมาได้  นอกจากนั้นยังนำกระเทียมมาใช้เป็นยาฆ่าแมลงอีกด้วย

 

กระเทียมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

 

1.กลาก  เกลื้อน  มีการใช้งานมานานแล้วโดยการนำกระเทียมมาทารักษา  หรือว่าอาการต่างๆตามผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา  อาการคันต่างๆ  ที่พบว่ากระเทียมมีสารอัลลิซิน  มีลักษณะเป็นน้ำมัน  สามารถฆ่าเชื้อราได้โดยใช้ระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น  มีการทดลองว่าใช้กระเทียมรักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราได้หลายชนิด  ทั้งเล็บที่เกิดจากเชื้อรา  โดยการนำกระเทียม 4 – 5 กลีบบดให้ละเอียดแล้วนำมาทาที่เล็บประมาณ 1 ชั่วโมง  หรือใช้วิธีเดียวกันนำไปทาบริเวณที่เป้นกลากเกลื้อนได้  ให้ทาทุกวันจนหาย  กระเทียมยังมีสารชนิดอื่นที่ยับยั้งเชื้อรา

2.ลดไขมันและโคเลสเตอรอล  มีการทดลองว่าน้ำคั้นจากกระเทียมสามารถลดไขมันในเลือดได้ป้องกันและลดอาการความดันโลหิตสูง  โดยมีการพบสารหลายชนิดที่ใช้ลดไขมันเช่น    ซีลีเลียม  อัลลิซิน  สคอร์ดินิน  เจอร์เม้นียน  ช่วยปรับความสมดุลในเลือดได้  โดยได้ทดลองอยู่หลายแห่ง  จึงสรุปว่ากระเทียมช่วยลดไขมันได้  หากรับกระเทียมสด  ครั้งละ 1 ช้อนชา  วันละ 3 ครั้ง

3.แก้หอบหืด  พบว่ากระเทียมในน้ำมันที่เมื่อทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้ร่างกายขับสารออกมาที่หลอดลม  ทำให้เยื่อบุผนังของหลอดลม  มีความแข็งแรงงลดอาการเกร็ง    ตัวของหลอดลม  ทำให้คนที่กินกระเทียมช่วยอาการหอบหืดลดลงได้

4.อาการไอและขับเสมหะ  เนื่องจากมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ  ซึ่งเกิดจากไวรัสและแบคทีเรีย  โดยกระเทียมมีสารต้านไวรัสและแบคทีเรียจึงทำให้อาหารไอและขับเหมหะออกไปได้  โดยนำกระเทียม 1 – 2 กลีบ  มาบดละเอียดผสมกับน้ำส้มสายชู 2 – 3 ช้อนโต๊ะนำไปใส่น้ำดื่ม 1 ลิตร  หรือนำกระเทียมมาหมักกับข้าวเปลือกแล้วมารับประทานกับอาหาร

5.บำรุงผมและหนังศีรษะ  กระเทียมฆ่าเชื้อราได้เป็นอย่างดีซึ่งเป้ฯสาเหตุหนึ่งของอาการคันและมีรังแค  นอกจากนั้นกระเทียมยังบำรุงผมได้ดีอีกด้วย  โดยเฉพาะผู้ที่มีผมมันจะทำให้ผมและหนังศีรษะสะอาด  มีซัลเฟอร์  ทำให้ผมแข็งแรงและมีน้ำหนัก  โดยนำกระเทียม 5 – 8 กลีบมาบดละเอียดผสมกับน้ำมันละหุ่ง 8 ช้อนโต๊ะ  หลังสระผมใช้ชโลมให้ทั่วเหมือนครีมนวดผม

6.รักษาแผล  ไม่ว่าจะเป็นแผลสดแผลมีหนองช่วยรักษาได้  เนื่องจากมีสารอัลซีลินในการรักษาแผลที่เป็นหนองได้หากเป็นแผลสดให้ขยี้แล้วทาที่แผลหรือนำผ้ามาผิดทับเอาไว้ที่แผล  หากเป็นแผลที่มีหนองให้คั้นเอาน้ำกระเทียม 1 ส่วนต่อน้ำต้มสุก 4 ส่วน  ล้าบาดแผลและใส่เป็นยาแผลได้

7.ไข้หวัด  กระเทียมมีสาร  ซัลไฟล์  แบะไดซัลไฟล์  เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเสริมสร้างภูมิต้านทานได้ดีขึ้น  หรือถ้าหากรู้สึกว่ากำลังจะเป็นหวัดก็ให้กินป้องกันไว้  โดยนำกระเทียมตำกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชาเติมน้ำร้อนเข้าไป 1 ถ้วย  ดื่มวันละ 3 เวลา

8.ขับพยาธิ เนื่องจากกระเทียมมีสารที่ชื่อ  ปิเปอธาซีน  มีผลในการฆ่าพยาธิไส้เดือน  พยาธิเส้นด้าย  โดยการทดลองพบว่าจะทำให้พยาธิซักและอ่อนเพลียแล้วขับออกมา  โดยพยาธิแต่ละชนิดจะใช้กระเทียมในการรักษาที่แตกต่างกัน  เช่นพยาธิเข็มหมุดให้กินมันละ 1 กรัมก่อนนอนติดต่อกัน 4 – 5 วัน

9.รักษาอาการปวดตามข้อ  สามารถที่จะบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก  เท้าแพลง  ปวดตามข้อ  น้ำมันของกระเทียมนั้นสามารถที่จะรักษาอาการต่างๆได้โดยการกินวันละ 7 หัว  เป็นรักษาอาการปวดจากภายใน  หรือกินกระเทียมดอง 5 -7 กลีบ

10.ปวดท้อง  ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  ให้รับประทานกระเทียมสดพร้อมกับอาหารจะช่วยรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ  นอกจากนั้นยังเป็นยารักษาของโรคกระเพาะอาหาร  หรือโรคเกี่ยวกับท้องอื่นๆได้ด้วย

11.ผิวอ่อนวัย  กระเทียมมีสารกระตุ้นคอลาเจนในผิวได้ดี  ทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดี  ลดผิวที่มีจุดด่างดำ  ช่วยกระซับรูขุมขน  โดยการนำกระเทียม 5 – 7 กลีบ  ผสมกับมะเขือเทศ 1 ลุก  พอกหน้าครั้งละ 20 – 30 นาที

12.ป้องกันยุงและแมลง  ในนำกระเทียม 2 กลีบ  ผสมน้ำมันยูคาลิปตัส 5 หยด นำมันดอกทานตะวัน 10 หยด  ให้กรองเอาแต่น้ำทางที่ผิวจะทำให้ยุงไม่เข้ามากันเราได้

13.แก้ปวดฟัน  โดยการนำกระเทียมตำผสมกับเกลือมาพอกบริเวณที่ปวดฟัน

14.แก้ผดผื่น  หากมีผื่นขึ้นตามบริเวณต่างๆ  นำก้านกระเทียมที่ติดอยู่ที่หัวมา 1 กำมือ  ผสมกับน้ำอุ่นอาบเพียงครั้งเดียว  จะช่วยรักษาอาการผดผื่นคันขึ้นตามตัวได้

15.แมลงสัตว์กัดต่อย  สามารถแก้พิษของแมลงที่กัดได้โดยการนำกระเทียมถูบริเวณที่โดนกัด

 

ไม่ใช่ว่ากระเทียมจะมีแต่ประโยชน์เท่านั้น  กระเทียมเองก็มีพิษสำหรับคนที่แพ้จึงมีข้อห้ามใช้กับคนที่แพ้  เพราะใช้แล้วจะทำให้เกิดผื่นขึ้นและมีผลต่อเม็ดเลือดแดงหากกินเข้าไปมาเกินไป

สาระสำคัญในกระเทียม  กระเทียมมีสารต่างๆ  จำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อการทำไปใช้ในด้านต่างๆ  เช่น

อัลลิซัน ทำหน้าที่ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  ไวรัสลดอาการอักเสบ

อัลลิอีน เป็นสารที่ใช้ในการสร้างยาปฏิชีวนะ

ได – ซัลไฟล์ ใช้ในการลดคอเลสเตอรอล  และความดัน  ไขมัน  น้ำตาลในร่างกาย

เซเลเนียม ความคุมการทำงานของร่างกาย  ป้องกันโรคหัวใจ

ซัลเฟอร์ รักษาอาการเจ็บปวดตามข้อต่างๆ  และปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง  ผมงอก  จุดด่างดำ

นอกจากนั้นยังมีสารตัวอื่นๆอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและใช้ในการรักษาโรค

 

เล่นการพนันแล้วผิดไหม นี่คือคำถามที่ควรตอบ

การพนัน

เรื่องของการพนัน ไม่ว่าจะเป็นนักพนันมืออาชีพ หรือว่าพนันแบบแค่เล่นๆนิดๆหน่อยๆ เช่น ว่างๆก็มานั่งเล่นเฉยๆกันในกลุ่มพรรคพวกเพื่อนฝูง ไม่ได้คิดอะไรหรือไม่ได้เอารวยอะไรก็ตาม การพนันทั้ง ๒ อย่างนี้ ล้วนมีแต่โทษภัยอันมหันต์อยู่ในตัวทั้งนั้นยกตัวอย่าง โทษภัยที่เกิดจากการพนันของนักพนันมืออาชีพที่เล่นประจำก่อนก็แล้วกันนักพนันทุกคน เมื่อเราได้ลองเล่นการพนันแล้ว ไม่มีใครคิดหรอกว่าเราจะเล่นเสีย ทุกคนคิดแต่ว่าจะต้องเล่นได้ ถึงจะเล่นได้ด้วยวิธีสกปรกอย่างไรก็ยอม ขอเพียงเล่นให้ได้ก็พอ

ส่วนอีกมุมหนึ่งก็คิดจะให้คนอื่นฉิบหายให้หมด เพราะถ้าเมื่อมีคนได้ก็ต้องมีคนเสีย แล้วใครล่ะที่จะเป็นคนเล่นเสีย ก็ทุกคนที่มาเล่นก็คิดอยากจะได้ทุก คนที่คิดให้คนอื่นฉิบหายอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ จะเรียกว่าคน ก็คนฉิบหาย เพราะในใจของคนๆ นั้น คิดแต่จะให้ความฉิบหายเกิดขึ้นกับทุกคนที่มาร่วมวงพนันกับเขา ความคิดที่จะให้คนอื่นฉิบหายอยู่ตลอดเวลา จะคอยทำให้ตัวเองเกิดความเครียด จึงทำให้ส่งผลต่อสุขภาพ แถมสติปัญญาที่จะคิดในเรื่องดีๆ ก็จะคิดในเรื่องที่ไม่ดีตามไปด้วยเพราะว่าในใจของเขา ฉะนั้น ในวงการพนัน จึงไม่มีใครเลยที่จะมีหน้าตาที่ผ่องใส หรือว่ามีใจที่ใสๆ สิ่งที่ผมอยากจะเตือนนักการพนันทั้งหลายก็คือ เมื่อในใจของคุณมีแต่ความคิดที่จะให้คนอื่นเขาฉิบหายอย่างนี้ ก็ให้รู้ไว้ด้วยว่า ใจของคุณจะขุ่นอยู่เป็นประจำและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ไปทรงค้นพบมาอีกว่า พวกที่เสพการพนันเป็นอาจิณ ละโลกแล้วต้องไปตกนรกขุมที่ ๖ ซึ่งมีโทษหนักกว่าพวกที่ผิดศีล ๕ เสียอีก แต่ถึงจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามมันอยู่ที่ความคิดส่วนบุลคลเท่านั้น

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำบล็อกด้วยใจรัก

บล็อก คือ เครื่องมือสร้างความรู้ บันทึกข้อมูล เรื่องราว ข่าวสารความ รู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ในสิ่งที่สนใจ เป็นการถ่ายทอดสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในสมองลงสู่ตัวหนังสือ การเขียนมีอิสระทางความคิดในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าผู้เรียนมีการเขียน บล็อก อยู่เป็นประจำก็จะสามารถนำมาสู่การสร้างขุมความรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ผู้เรียนสามารถเก็บรวบรวมและแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและรวดเร็ว บล็อกยังเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ความรู้ ให้กับผู้เรียน โดยหลักการของ บล็อก คือการเผยแพร่เรื่องราวที่ผู้เขียนเขียนไว้บนบล็อก เพื่อแสดงตัวตนของผู้เขียนออกสู่สาธารณชนซึ่งนั่นหมายถึง บล็อก ย่อมมีความสามารถในการสนับสนุนการเข้าถึงความรู้ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว บล็อกจะเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้เรียน การเขียนบล็อก จะอนุญาตให้ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นต่อความรู้ที่ผู้เรียนเขียนถ่ายทอดลงไปในบล็อก และ ผู้เรียนได้เขียนโต้ตอบต่อความคิดเห็นนั้น ๆ ในลักษณะของการสนทนาเพื่อหาความแตกฉานในตัวความรู้ บล็อกเป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้ ของผู้เรียน ผู้ปฏิบัติงาน การเขียนและอ่าน บล็อก เป็นวิธีการค้นหาความรู้ ช่วยให้ค้นพบผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น

blogger01

ข้อดี ของการทำบล็อก

1. สร้างง่ายไม่เสียเงิน ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ ไม่ต้องซื้อหนังสือเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์เล่มโต ซึ่งช่วยลดเวลาที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช้าพื้นที่บนอินเทอร์เน็ตอีกด้วย
2. เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอให้ผู้คนสาธารณะได้รับรู้
3.เป็น เครื่องมือช่วยในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวขององค์กร เป็นต้น
4.เป็นแหล่งความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน จากผู้นั้น เนื่องจากผู้เขียน บล็อก มักจะเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ชอบ และมีมีความรู้เฉพาะด้านๆความรู้ลึกในเรื่องนั้นๆ การค้นหาข้อมูลเฉพาะด้านใน บล็อก ต่างๆ จึงทำให้เราค้นพบความรู้ และผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
5.ทำให้ทันต่อ เหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เพราะข่าวสารความรู้ มาจากผู้คนมากมาย(ทั่วโลก) และมักจะเปลี่ยนแปลงได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ
6. เจ้าของบล็อกมีอิสระที่จะนำเสนอ อะไรก็ได้ ที่ไม่ไปก้าวล่วงบุคคลอื่น ที่ไม่ผิดกติกาของผู้ให้บริการบล็อกที่เราทำอยู่ ที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ประเพณีที่ดีงาม
7. เปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ได้รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ จะรับไว้ จะไม่อ่าน จะตอบ จะลบ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าของบล็อก
8.ผู้ที่สร้างบล็อกสามารถ ปรับแต่งบล็อกให้เป็นรูปแบบที่ตนต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาคำสั่งของโปรแกรมมากมาย
9. พอเจอเพื่อนใหม่ สามารถสร้างเครือข่าย ชุมชนสัมพันธ์ระหว่างบล็อกเกอร์ที่มีความคิด ความสนใจ ความรู้สึก ร่วมกันได้
10. เป็นเหมือนบันทึกประจำวัน เป็นที่เก็บข้อมูลขององค์กร

ข้อเสียของการทำบล็อก

1.เจ้าของบล็อกมีอิสระในการนำเสนอบทความ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบจากใครก่อน อาจโพสต์เรื่องที่ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งเจ้าของบล็อก ต้องมีกติกาให้ตัวเอง หรือใช้จริยธรรมของแต่บุคคล ความมีเหตุมีผล ความระมัดระวัง รอบคอบในการโพสต์ข้อความต่างๆ
2. เนื้อหาที่อยู่ในบล็อก หากไม่ใช่ผลงานวิจัย หรือ วิทยานิพนธ์ ที่ทำตามหลักวิชาการ หรือ ตัวบทกฎหมาย ก็อาจมีความน่าเชื่อถือน้อย หากเกิดความผิดพลาดใดๆ ผู้ที่นำข้อมูลไปใช้อ้างอิง อาจประสบปัญหาได้
3. เปิดโอกาสให้พวกที่ไม่หวังดี เข้ามาเปิดบล็อก ก่อกวน หรือผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการแสดงออกถึงการขัดแย้งอย่างไม่มีเหตุผล สร้างความไม่สามัคคี ทะเลาะกันได้