หลากหลายไอเดียกับชั้นวางรองเท้า

หลายคนมักมีปัญหากับการเก็บรองเท้าเพราะบางคนมีร้องเท้าเยอะมากเกินจนไม่รู้ว่าจะเก็บรองเท้าไว้ที่ไหน เพราะหากถอดรองเท้าไว้เต็มหน้าห้องหรือหน้าบ้านก็จะดูไม่สวยงามและไม่ถูกหลักฮวงจุ้ยที่ดีของบ้านอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีที่จะเก็บรองเท้าให้เข้าที่ดูเรียบร้อยไม่ผิดหลักฮวงจุ้ยมาฝากกันค่ะ

  1. ทำตู้เก็บรองเท้าไว้ด้านข้างของตัวบ้านโดยตู้ของเราเท้าไม่ต้องสูงมากนัก อย่าให้สูงเสมอหัว เอาความสูงไม่เกินเอวก็พอซึ่งความสูงระดับนี้สามารถใส่รองเท้าได้หลายคู่ อาจจะเน้นที่ความยาวก็จะเพิ่มจำนวนคู่ได้มากขึ้น
  2. หรือจะหาที่นั่งมาวางไว้ข้างๆบ้านโดยปัจจุบันมีที่นั่งที่สามารถทำข้างล่างทีนั่งนั้นเป็นที่วางองเท้าได้ด้วย ซึ่งจะทำให้เราประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้อีกด้วย  ซึ่งสะดวกในการใส่รองเท้าอีกด้วยเพราะเราสามารถนั่งใส่รองเท้าตรงเก้าอี้นี้ได้เลย
  3. และหากใครที่อยู่คอนโดหรือห้องเช่าที่มีพื้นที่ไม่มากนักก็สามารถนำรองเท้ามาใส่กล่องสำหรับใส่รองเท้าแล้วนำมาวางไว้ใต้เตียงได้เช่นกัน 
  4. การวางรองเท้าไว้หน้าบ้านหรือหน้าห้องพักควรวางไว้ไม่เกิน 1 คู่ และควรหมั่นทำความสะอาดพื้นที่ตรงที่วางรองเท้าให้สะอาดอยู่เสมอ และตัวรองเท้าเองก็ควรทำความสะอาดด้วยเช่นกันเพราะจะได้มีโชคลาภเข้ามาหา ซึ่งตามความเชื่อแล้วหากตรงที่วางรองเท้าไม่สะอาดมีกลิ่นเหม็นจะเป็นตัวขัดขวางโชคลาภเงินทองของเราได้เช่นกัน
  5. สำหรับตู้เก็บรองเท้าที่อยู่ในบ้านหรือรองเท้าที่เก็บไว้ในกล่องใต้เตียงควรใส่กันชื้นและใส่ถุงดับกลิ่นเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นที่มาจากรองเท้าโชยออกมา
  6. รองเท้าที่เราเก็บใส่กล่องเอาไว้ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ควรหมั่นเอาออกมาพึ่งลม เพื่อให้รองเท้าไม่มีกลิ่นอับบ้างเพราะหากรองเท้ามีกลิ่นเหม็นหรือรองเท้าสกปกติจะทำให้ขัดโชคลาภที่จะเข้ามาหาเราได้

ดังนั้นรองเท้าการจัดการกับรองเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เพราะการที่เราจะมีโชคลาภเข้ามาหาเราหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการจัดเก็บรองเท้าให้สะอาดและตำแหน่งในการจัดเก็บรองเท้าด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งการจัดรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยจะช่วยเสริมมงคลโชคลาภให้กับเราแล้ว ยังทำให้บ้านของเราดูสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยใครเห็นต่างก็พากันชื่นชมอีกด้วย ดังนั้นเราควรหมั่นฝึกการจัดเก็บทำความสะอาดรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยให้เป็นนิสัย เพราะเรื่องรองเท้าก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

ข่าวจับสมคิด พุ่มพวงได้บนรถไฟ

จากกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆ่าตาย และจากการสอบสวนพบว่าฆาตกรที่ฆ่าหญิงสาวคนดังกล่าว เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุก และอยู่ระหว่างการหลบหนีนั้น ปัจจุบันชาวโซเชี่ยวต่างก็พยายามช่วยกันหาเบาะแสของฆาตกรรายนี้เพื่อส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถตามจับฆาตกรโรคจิตคนนี้ให้มารับโทษให้ได้

ซึ่งผลจากการร่วมมือร่วมใจกันของคนในสังคม ทำให้วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นาย สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องจากที่เป็นโรคจิตคนนี้ได้แล้ว โดยมีคนแจ้งเบาะแสว่าเห็นนายสมคิด พุ่มพวงอยู่บนรถไฟที่นายสมคิด ขึ้นมาจากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กำลังจะเดินทางมาลงที่อยุธยา แต่ถูกจับกุมได้ที่สถานีรถไฟที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาเสียก่อน

ซึ่งทางพลเมืองดีที่เป็นคนให้เบาะแสกับตำรวจแจ้งว่า เขาจำนายสมคิดได้จากรอยแผลเป็นที่ใบหน้าและจำตาของนายสมคิดได้  ถึงแม้ว่าตอนอยู่บนรถไฟ นายสมคิดจะทั้งใส่หมวก เอาผ้าปิดปาก แถมยังห่มผ้าห่มก็ตาม เขาจึงทำการโทรแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบและนำมาซึ่งการจับกุมนายสมคิดได้ในครั้งนี้

             แต่เมื่อจับตัวนายสมคิด พุ่มพวงมาสอบสวน เขาก็ให้การสารภาพว่าเป็นคนฆ่าจริงและเขารู้สึกดีที่ได้บีบคอเหยื่อ และหากครั้งนี้ เข้าต้องโทษประหารชีวิต เขาก็ไม่กลัวตายเพราะยังไงคนเราก็ต้องตายกันทุกคนอยู่แล้ว  ซึ่งขณะที่มีการสอบสวนตำรวจได้เชิญจิตแพทย์เข้ามาฟังคำให้การพร้อมกับนักข่าวด้วย ซึ่งทางจิตแพทย์ยืนยันว่า นายสมคิด พุ่มพวง มีการอาการทางจิตอย่างหนึ่ง

ซึ่งอาการป่วยของนายสมคิด เป็นอาการทางจิตที่ไม่รักษาให้หายขาดได้ดังนั้น ทางจิตแพทย์จึงลงความเห็นว่าคดีของนายสมคิดนั้น สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ตามปกติ เพราะนายสมคิดไม่ได้บ้า เพียงแต่เป็นโรคจิตเภทอย่างหนึ่งซึ่งตอนที่ก่อเหตุฆาตกรรมก็ยังรู้สึกตัว เพียงแต่ว่าเวลาเขาฆ่าคนแล้วเขามีความสุข ดังนั้นเขาจึงกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องและที่สำคัญนายสมคิด พุ่มพวง ไม่ควรจะได้ออกมาจากเรือนจำอีกแล้วเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

           การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับคนร้ายได้เร็วขึ้นส่วนหนึ่งต้องขอบคุณทุกคนในสังคมที่ช่วยกันติดตามหาเบาะแส ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำให้ครั้งนี้ สามารถตามจับฆาตกรต่อเนื่องได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ทำให้เราเห็นว่าคนไทย

ยังมีความรักความสามัคคีกันอยู่ ยังช่วยเหลือกันในขณะที่คนในประเทศต้องการความช่วยเหลือ คนไทยยังไม่แตกแยกกันซะทีเดียวเมื่อมีเหตุจำเป็นก็สามารถร่วมมือกันทำงานให้ งานชิ้นนั้นประสบกับความสำเร็จได้ เห็นได้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นั่นเอง 

วิธีการเตรียมพร้อมก่อนพาลูกนั้นไปดูหนัง

การที่เรานั้นจะพาลูกนั้นไปดูหนังนั้นเราอยากให้ลูกน้อยเรานั้นมีประสบการณ์ที่ดีกับการดูหนังซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะว่าด้วยเรื่องบรรยากาศ  ด้วยเสียงภายในโรงหนัง แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่เรานั้นเตรียมตัวให้พร้อม

  1. อายูนั้นประมาณ  4 ปีขึ้นไป เพราะว่าในช่วงที่อายุนี้หน้าจะเป็นวัยที่เหมาะแก่การเข้าโรงหนังเพราะด้วยเด็กวัยนี้มีสมาธิพอที่จะอยู่นิ่งได้ เพราะในโรงหนังนั้นมืด  และค่อนข้างเสียงดัง ถ้าลูกเล็กกว่านี้อาจจะตกใจได้และร้องไห้ได้  
  2. อธิบายบรรยากาศ  ข้างในโรงหนังให้ลูกฟังว่าเป็นอย่างไรตั้งแต่เริ่มต้นในการซื้อตั๋วหนังและเมื่อเข้าไปแล้ว  ในโรงหนังนั้นจะมืด และเสียงดังอย่างมากและจอหนังนั้นจอใหญ่มาก  
  3. จำลองสถานการณ์  คือเรานั้นต้องจำลองสถานการณ์ว่าในโรงหนังนั้นมีอะไรบ้างและเรานั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง  เมื่อเรานั้นเข้าไปแล้วเพื่อที่ให้ลูกของคุณนั้นคุ้นเคยกับเสียงดัง
  4. มารยาทในโรงหนัง  ซึ่งเรานั้นต้องอธิบายมารยาทในโรงหนังว่าต้องทำอะไรบ้างต้องไม่ทำอะไรบ้างเช่น  ไม่เล่นโทรศัพท์ไม่พูดไม่คุยระหว่างที่เรานั้นต้องดูหนัง และไม่ยันเท้าที่เก้าอี้ด้านหน้า  หรือว่าเวลาที่ลูกจะเข้าห้องน้ำนั้นต้องบอกกัน  
  5. รอบหนัง เรื่องที่นั่งและเรื่องเข้าดูเมื่อเรานั้นจะพาลูกไปดูหนังนั้นเราต้องพาลูกไปดูในช่วงรอบเช้าเพราะว่าจะได้หมดปัญหาเรื่องคนเยอะ ซึ่งอาจจะบังจนลูกคุณนั้นมองไม่เห็นหรืออาจรอช่วงปิดเทอมก็เหมาะค่ะเพราะว่าลูกเรานั้นจะได้มีเพื่อนเป็นเด็กๆที่มีพ่อแม่นั้นพามาดูหนังช่วงที่ปิดเทอม
  6. เลือกที่นั่งการที่เรานั้นพาลูกไปครั้งแรกเรานั้นควรเลือกนั่งริมทางเดินเพื่อความสะดวกในการลุกเดินออกไปเพื่อที่เรานั้นเจอสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวหรือว่างอแง  หรือว่าร้องไห้ เรานั้นจะได้เดินออกได้ง่าย
  7. ภาพยนตร์ที่ดูเรานั้นควรที่จะหาข้อมูลและลายระเอียดหนังบางเรื่องอาจจะเป็นการตูนก็จริงแต่อาจจะไม่เหมาะกับลูกน้อยเราก็ได้ 
  8.  อุปกรณ์  อย่าลืมว่าในโรงหนังนั้นมีอากาศที่เย็นซึ่งเรานั้นต้องเตรียมผ้าห่มหรือว่าเสื้อคลุมเพื่อเอาเข้าไปให้ลูกน้อยเรานอกจากนี้อาจจะมีแก้วน้ำ  หรือว่าทิชชูเปียกมีติดไปด้วยเพื่อใช้

นี่คือสิ่งที่เรานั้นต้องรู้ก่อนที่เรานั้นจะเอาลูกน้อยไปดูหนังเราก็ควรที่จะปฏิบัติก่อนที่จะเข้าในโรงหนังเพื่อที่คนอื่นๆนั้นจะได้ไม่ลำคารญลูกน้อยของเรา เราคิดว่าลูกน้อยของคุณนั้นหน้าจะทำได้ 

การปฏิบัติตัวในการเข้าโรงหนัง

ถึงแม้ว่าเรานั้นจะเสียเงินในการที่เรานั้นเข้าไปดูหนังนั้นเหมือนกันทุกคนแต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเรานั้นต้องมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่นเพราะว่าคนอื่นๆนั้นเขาก็เสียเงินมาดูหนังเหมือนกัน

และเมื่อเรานั้นเข้าไปดูหนังนั้นเราควรที่จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าไปในโรงหนังนั้นแล้ว

  1. อย่าส่งเสียดัง  อันนี้คือข้อแรกเลยการที่เรานั้นเข้าไปดูหนังคือว่าเรานั้นอย่าส่งเสียงดังเพราะว่าคนข้างๆนั้นอาจจะลำคารณเอาได้เหมือนกันหรือว่าแม้กะทั่งการกินการเคี้ยวก็ด้วยเหมือนกันเพราะว่าผู้ที่มาชมหรือว่ามาดูหนังนั้นเขาเข้ามาดูหนังไม่ใช่ว่าเสียเงินมาดูคุณคุยกันและกินขนมเสียงดัง  
  2. ปิดเสียงโทรศัพท์  และควรหลี่ไฟหน้าจอ  เป็นอันที่รู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อเรานั้นเข้าโรงหนังเราควรที่จะปิดเสียงโทรศัพท์หรือว่าเรานั้นมีความจำเป็นที่ต้องรับสายนั้นให้เรานั้นออกไปรับสายข้างนอกเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนคนอื่นในที่เขานั้นกำลังดูหนังอยู่และควรที่จะหลีไฟหน้าจอด้วยเพราะว่าแสงนั้นไปรบกวนคนข้างๆที่เขานั้นนั่งดูหนัง
  3. อย่าถีบเบาะคนข้างหน้า  อันนี้เรื่องที่เรานั้นต้องเจอกันอย่างบ่อยเพราะว่าคนที่นั่งข้างหลังนั้นชอบเอาเท้านั้นมาพาดที่เบาะคนข้างหน้าซึ่งเป็นมารยาทที่แย่อย่างมากเพราะว่าเขานั้นอาจที่จะต้องลำคราญคุณและเขานั้นต้องพลาดที่ดูหนังจุดสำคัญของเรื่องก็เป็นไปได้ 
  4. ควรมาให้ตรงเวลา   แน่นอนอยู่แล้วว่ามารยาทในการที่เรานั้นต้องดูหนังคือว่าเรานั้นต้องไปให้ตรงต่อเวลาเพราะว่าหากเรานั้นมาช้าแล้วเรานั้นเลือกที่นั่งตรงกลางนั้นจะทำให้คนที่เขานั้นมาก่อนต้องลูกขึ้นให้กับคุณเพราะว่าที่นั่งของคุณนั้นอยู่ตรงกลางเพราะฉะนั้นเราควรที่จะไปให้ตรงเวลาในตอนที่หนังเรานั้นฉาย
  5. เรื่องกลิ่นเสื้อผ้า  กลิ่นเท้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลกเลยเพราะว่าเรานั้นต้องนั่งอยู่กับผู้คนที่มากมายหลายหน้าตาแล้วถ้าเรานั้นต้องนั่งอยู่กับคนที่มีกลิ่นเสื้อผ้าเหม็นหรือว่ากลิ่นเท้านั้นเราต้องอวกแตกหรือไม่นั้นเราก็ต้องเลิกดูหนังเพราะว่าเขาไม่สามารถที่จะต้องทนกลิ่นที่เหม็นนั้นได้ถ้าเรานั้นรูตัวว่าเรานั้นเป็นคนที่มีเรื่องเกี่ยงกับเสื้อผ้าที่เหม็นหรือว่ากลิ่นเท้านั้นก็ควรที่จะเช็คตัวเองก่อนที่จะเข้าโรงหนังนะ 
  6. โรงหนังไม่ใช่โรงแรมที่ไม่ใช่ทุกคู่นั้นต้องเข้ามาแสดงความรักกันที่นี่เพราะว่าที่นี่คือสถานที่ส่วนรวมที่ต้องใช้กันและ ต้องให้เกียจคนรอบข้างด้วยไม่ใช่ว่าจะนั่งกอดลูบคล่ำกันอันนี้ก็ไม่ได้นะ 
  7.  เมื่อคุณนั้นเข้าไปในโรงหนังแล้วไม่ว่าคุณนั้นจะดูหนังเรื่องนี้มากี่รอบแล้วก็ตามเรานั้นควรที่จะเงียบไม่ใช่ว่าคุยอวดจนทำให้คนที่อยู่รอบข้างๆนั้นเขาจะเสียอารมณ์ในการที่เรานั้นดูและอาจจะทำให้เขานั้นหงุดหงิดคุณนั้นได้เพราะว่าเขานั้นก็เสียตังเข้าไปดูเหมือนกันอย่าสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น 

วันหยุดอยู่บ้านก็สนุกได้

หลายๆคนคงจะต้องมีวันหยุดพักผ่อนจากทำงาน หรือ จากการเรียน อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน แล้ในวันหยุดเราจะทำอะไรกันดีล่ะถ้าไม่ใช่การพักผ่อน นิยามคำว่า พักผ่อน

ของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากเลยก็ว่าได้ เพราะสำหรับการพักผ่อนของแต่ละคนไม่เหมือนกันแน่นอน บางคนวางแผนการพักผ่อนด้วยการไปเที่ยว ศึกษาหาข้อมูลการเที่ยวแบบที่ตัวเอง เลือกสถานที่ นั้นแปลว่าคนเหล่านี้ชอบการพักผ่อนโดยการออกเดินทาง ถึงแม้ว่าหลายๆคนจะคิดว่าการเดินทางออกจากบ้านไปที่อื่นมันเหนื่อย

จะเป็นการพักผ่อนได้อย่างไร ซึ่งสิ่งนั้นเราคิดว่าการพักก็ขึ้นอยู่กับความสบายของคนนั้นด้วยเช่นกัน และอีกแบบหนึ่งก็คือการพักผ่อนอยู่ อาจจะดูฟังน่าเบื่อนะว่าการอยู่บ้านมีอะไรทำอย่างนั้นหรือ รู้สึกน่าเบื่อ แต่อย่างที่ได้กล่าวไปนั้นว่าคือความสบายใจของแต่ละคน

ลองมาดูกันไหมว่าจะกิจกรรมพักผ่อนอยู่บ้านแบบไหนบ้างที่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างดี

1.หาดูหนัง/ซีรีส์ ลองเปิดหาหนัง หรือ ซีรีส์ดูสักเรื่องไหม เพราะถ้าหากคุณไม่ได้ชอบการออกข้างนอก ไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ การเปิดหาหนังหรือซีรีส์ดูสักเรื่องก็สนุกไม่น้อยนะ คุณจะได้สนุกไปกับเลือกหนังอีกด้วย

2.อ่านหนังสือเล่มโปรด ฟังแล้วดูอาจจะน่าเบื่อ แต่คุณจะอ่านหนังสือที่ตัวไม่ชอบไปทำไหมกันล่ะ ก็หยิบหนังสือขึ้นมาสักเล่มเป็นหนังสือที่คุณชอบดูสิอย่างเช่น หนังสือนิยาย หรือ หนังสือการ์ตูน ที่จะช่วยให้ความบันเทิงแก่คุณได้

3.ทำความสะอาดบ้าน ไหนก็ถือว่าเป็นวันหยุดแล้ว ลองมาสร้างโปรแกรมบิ๊กคลีนนิ่ง การทำความสะอาดครั้งใหญ่ดีไหม โดยปกติเราอาจจะแค่กวาด ถู เช็ด ปกติ แต่ในวันหยุดที่มีมากแบบนี้ลองรื้อของออกมาทำความสะอาดและจัดห้องใหม่ดู จะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

4.ฝึกเข้าครัวทำอาหาร โดยเฉพาะสาวๆที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ เป็นเวลาที่เราจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ลองเปิดดูสูตรอาหารในอินเตอร์เน็ตหรือจากยูทูป และลองทำดูสิ เผื่อว่าวันหนึ่งที่เราทำจนอร่อยแล้วเราจะสามารถทำให้ตัวเองและคนอื่นทานได้ แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

5.ออกกำลังกาย ถึงเวลาแล้วที่จะลบล้างคำว่า ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย ออกไป ในเมื่อมีเวลาว่างๆสัก 1-2 วัน ก็สามารถแบ่งเวลาจากทั้งวันมาออกกำลังประมาณ 15-20 นาทีก็พอ หรือถ้าจะให้ดีก็ 30-45 นาทีขึ้นไป อย่างน้อยในวันว่างๆก็มาเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงได้

สัตว์ในตำนานที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยๆปี

คุณเคยคิดหรือไม่ว่าหากว่าคุรนั้นมีอายุยืนอยู่ได้จนถึงเทียบเท่ากับสัตว์ที่มีอายุนานเป็นร้อยปีมันจะเป็นอย่างไรและคุณจะเห็นสัตว์แปลกประหลาดที่มีอายุยืนราวกับว่ามันเป็นอมตะเลยทีเดียวแต่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยืนนานเท่ากับสัตว์พวกนี้ได้อีกแล้วเพราะมันเป็นสัตว์ที่เป็นอมตะที่ไม่มีวันตายและมีอายุยืนนานเป็นร้อยๆปีอีกด้วยสสงสัยกันใช่มั้ยว่ามันเป็นสัตว์อมตะอย่างไรและมันมีอะไรที่ทำให้มันนั้นไม่ตาย

หนอนตัวแบน

คุณจะเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ฆ่าไม่ตายเลยก็ว่าได้เพราะว่าหากได้ถูกตัดออกขาดเป็นสองท่อนแต่มันก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และมีเวลาซ่อมแซมตัวเองได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆซึ่งสัตว์เป็นอมตะตัวนี้สามารรถพบเห็นได้บนโลกทั้งในน้ำจืดและในน้ำเค็มและในแหล่งน้ำทางธรรมชาติอื่นๆ

นักวิทยาศาสตร์ก็ได้กล่าวว่าความสามารถดังกล่าวของหนอนตัวแบนเหล่านี้มันมาจากเซลล์นีโอบัสซึ่งมันเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่มากช่วยสร้างในส่วนที่หายไปกลับมาใหม่ในระยะเวลาสั้นๆและเนื่องจากว่ามันไม่มีอวัยวัยวะเช่น หัวใจ หรือ ปอด เหมือนกับสัตว์ตัวอื่นๆทำให้มันอยู่ต่อไปได้อย่างสบายๆนอกจากนี้ในปี1960

มีงานวิจัยของเจมส์ได้เผยออกมาว่าแม้ว่าหนอนตัวแบนจะถูกตัดส่วนหัวออกไปแล้วแต่พวกมันก็ยังไม่เสียความจำโดยเกิดจากสารRNAปลุกถ่ายความจำสมองส่งผ่านรหัสของข้อมูลพาเซลล์ประสาทไปทั่วร่างกายหมายความว่าต่อให้มันถูกแยกร่างออกจากกันกี่ครั้งพวกมันก็ยังจำวิธีการหาอาหารหรือผสมพันธุ์ได้อีกด้วย

หอยเม่นทะเลสีแดง

หอยเม่นนอกจากมันจะมีหนามที่เป็นอาวุธที่ช่วยป้องกันตัวจากนีกล่าแล้วสำหรับหอยเม่นทะเลตัวสีแดงนั้นมันยังได้มีความพิเศษไปมากกว่านั้นอีกด้วยเพราะนอกจากว่าหอยเม่นนั้นจะมีอายุยืนยาวนานกว่า100ปีพวกหอยเม่นนั้นมันก็ยังไม่แก่ตัวลงเหมือนอายุของมันและหอยเม่นนั้นมันยังสามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ทั้งตลอดชีวิตด้วย

สำหรับหอยเม่นทะเลสีแดงนั้นสามารถพบเห็นได้ในทะเลหน้าน้ําตื้นทางภาคตะวันออกเฉีงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมันได้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากในระยยะในช่วงของสองปีแรกจากนั้นมันก็ได้เริ่มช้าลงเรื่อยๆแต่ว่าหอยเม่นสีแดงนั้นมันก็ยังไม่มีทาทีที่เจ้าหอยเม่นสีแดงนั้นจะหยุดเจริญเติบโต

ซึ่งปกติแล้วอายุประมาณเฉลี่ยของพวกหอยเม่นนั้นอยู่ที่ราวๆ7 15ปีแต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบหอยเม่นทะเลสีแดงตัวหนึ่งในหน้าน้ำบริติชโคลัมเบียที่มีอายุประมาณ200ปีและไม่มีสัญญาณของชรอภาพให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ข่าวสังคมที่โด่งดัง

หญิงสาวชาวไทย เปิดเผยถูกบูลลี่ ที่อังกฤษ

 เนื่องจากว่าใส่หน้ากากอนามัย หลังจากที่มีข่าว เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

หญิงสาวชาวไทย ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกคนประเทศอังกฤษแผดเสียงใส่หน้า ไล่ให้เดินออกมาจากตลาด ไม่ให้ใช้ฟุตบาทร่วม เนื่องจากกล่าวหาเป็นตัวเชื้อโรค หลังจากที่เธอได้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะเหตุว่า เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เฟซบุ๊ก Panrawee Rungskunroch ได้ออมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกบูลลี่ที่อังกฤษ เนื่องจากใส่หน้ากากอนามัย โดยหญิงสาวคนดังกล่าวเล่าว่า “คนจำนวนไม่น้อยเคยถามพวกเราว่าอยู่อังกฤษมานานๆเคยถูก bully (ดูหมิ่นเหยียดหยาม) บ้างหรือเปล่า 

เนื่องจากว่าหลายๆประเทศมีการเหยียดคนต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย เธอเล่าว่าส่วนตัวแล้วเธอไม่เคยโดนเลย แม้กระนั้นเพื่อนฝูงรอบกายก็อาจจะมีโดนบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหายคนจีน กระทั่งพวกเราใส่หน้ากากอนามัยออกมาจากบ้านเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย จึงทำให้รู้เรื่องว่าการโดน bully จริงๆมันเป็นแบบงี้นี่เอง

เธอเล่าว่าสำหรับที่ประเทศอังกฤษแล้วการที่คนใส่หน้ากากอนามัย ที่นั่นจะเข้าใจว่าคุณป่วย และมักป่วยเป็นโรคทีร้ายแรงมากจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งตามความคิดเห็นของคนอังกฤษนั้นคนป่วยต้องอยู่บ้านไม่ควรออกมาเดินบนท้องถนน

ดังนั้นคนอังกฤษจึงมักมองว่าการที่คนใส่หน้ากาอนามัยเป็นตัวเชื้อโรค ส่วนมากที่ประเทศอังกฤษจะไม่ใส่กัน แต่ที่เธอกับเพื่อนคนจีนใส่เพราะพวกเธอเห็นข่าว ว่ามีคนจีนที่ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแล้วเป็นโรคนี้ เธอเกรงว่าที่ประเทศอังกฤษก็อาจจะมีคนเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหรือยังไม่เป็นข่าว

เพราะเพื่อนคนจีนของเธอบอกว่ามีคนจีนที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมืองHubei ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกลับมาที่อังกฤษด้วย ตอนแรกที่เธอถูก bully นั้นเธอเจอแค่เพียงลุกหนี เดินหนีใส่ แต่ต่อมาเหตุการณ์กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะเริ่มมีคนตะโกนด่า

และตะโกนไล่ตั้งแต่ที่มีข่าวว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่อังกฤษ ซึ่งคนอังกฤษเข้าใจว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่มีเชื้อโรค จึงได้ทั้งผลักทั้งไล่ไม่ให้อยู่ใกล้ๆด้วย และอีกเรื่องที่เธอและเพื่อนจีนกำลังเจอปัญหาอย่างหนักคือหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือหาซื้อไม่ได้เพราะสินค้าขาดตลาดและถ้าซื้อทางอินเตอร์เน็ต ทางร้านค้าออนไลน์ก็โก่งราคาขายแพงมาก

ซึ่งเธอยังได้กล่าวออกมาอีกว่า ถีงแม้เธอจะถูกรังเกียจจากชาวอังกฤษแต่เธอและเพื่อนคนจีนจะยังคงใส่หน้ากากอนามัยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าโรคนี้จะรักษาให้หายได้เพราะไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยง

วิธีทาลิปสติกอย่างไรให้สาวๆปลื้ม

วิธีทาลิปสติกอย่างไรให้ติดทนนาน

          อีกหนึ่งความงามที่ขาดไม่ได้เลยก็คิดริมฝีปากที่ควรมีสีสันเคลือบเอาไว้  สาวๆทุกคนจะรู้ดีว่าต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่หากปล่อยให้สีปากซีดเมื่อไหร่คือจบกันทันที

ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าลิปสติกคือชีวิตและจิตใจของสาวๆทุกคนเลยก็ว่าได้ บางคนไม่ชอบการทาสีลิปสติกที่สีจัดจ้านมากนักแต่ก็ยังทาสีอ่อนๆจางๆให้พอมีสีสันสวยงาม ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำการทาลิปสติกอย่างไรให้ติดทนนานไม่ซีดจางเร็วไม่ต้องเดินไปเติมลิปสติกบ่อยๆ

  • หลังจากที่เราจัดการกับขุยที่ปากเรียบร้อยแล้ว เราสามารถทารองพื้นแตะบางๆลงที่ริมฝีปากเพื่อแล้วทาสีลิปสติกทับลงไปหลังจากนั้นใช้กระดาษทิชชูกดทับ ทิ้งไว้สักพักแล้วทาลิปสติกซ้ำอีกครั้งจะช่วยให้สีของลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น

 

  • อันดับแรกควรจัดการกับผิวที่ริมฝีปากของเราให้เรียบเนียนไม่มีขุยเสียก่อนเพราะหากปากเป็นขุยแล้วทาลิปสติกทับลงไปยังไงก็ไม่ทำให้เราปากสวยแน่นอนดังนั้นเราควรจัดการกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วตรงริมฝีปากด้วยการทาลิปบาล์ม ให้ผิวที่ริมฝีปากมีความชุ่มชื้น ไม่ขุยไม่มีร่องเวลาทาลิปสติกจะได้สวยๆ

 

  • และเพื่อความสวยงามของริมฝีปาก เราควรใช้คอนซีลเลอร์ลบรอยลิปสติกที่อาจจะมีการทาเกินขอบปากออกมา  ซึ่งนอกจากจะทำริมฝีปากสวยแล้ว ยังเป็นการเน้นให้สีของลิปสติกดูคมชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

  • หรืออีกตัวช่วยหนึ่งที่จะช่วยให้สีของลิปสติกติดทนนานก็คือ การที่เราใช้ดินสอเขียนขอบปากที่เป็นสีเดียวกับสีของลิปสติกที่เราจะใช้ทาปาก ทาลงไปที่ริมฝีปากให้ทั่วทั้งปากเสียก่อนแล้วจึงค่อยทาลิปสติกซ้ำลงไปอีกครั้งรับรองสีลิปสติกติดทนนานแน่นอน นอกจากจะทำให้สีลิปสติกติดทนนานตลอดทั้งวันแล้ว ดินสอเขียนขอบปากยังช่วยให้เรามีขอบปากที่ดูอวบอิ่มน่าจูบอีกด้วย

 

อย่างไรก็ดี การที่เราทาลิปสติกแล้วจะดูสวยงามหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการที่เราเลือกสีลิปสติกที่จะใช้งานด้วยเช่นกัน ควรมีการเลือกให้เหมาะกับโทนสีที่เราแต่งหน้าและให้เข้ากับสีของเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในวันนั้นๆด้วย และหากเราหาสีที่ถูกใจไมได้

เราสามารถนำลิปสติกที่เรามีอยู่มาลองผสมสีเข้าด้วยกันกลายเป็นลิปสติกสีใหม่ ที่เป็นสีเฉพาะของเราเองได้ ที่สำคัญควรหาเวลาว่างในกาสคลับผิวหนังที่ปากที่เป็นขุยให้หลุดลอกออกไป เพื่อที่เวลาทาลิปสติกจะได้เนียนสวย

ใช้ขนตาปลอมอย่างไรให้ปลอดภัย

ความสวยงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะไปทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความงาม แต่หากบางคนที่มีความงามของตัวเองอยู่แล้วเพียงแค่เสริมนิดหน่อยก็จะส่งทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และความงามที่คนมักจะมองเห็นในครั้งแรกก็คือใบหน้าแม้สิ่งที่อยู่ใบหน้าทุกอย่างต้องดูดีทุกชิ้นถึงจะเพอร์เฟ็ค

แต่ผู้หญิงบางคนก็เลือกที่จะหาอะไรให้เป็นจุดเด่นบนใบหน้าของตัวเอง เช่น คิ้วสวย ปากสวย ตาสวยหรือแม้แต่ผิวหน้าที่สวย

การที่จะทำให้อื่นสะดุดตาในตัวเรานั้น ใบหน้าจะต้องมีการแต่งแต้มสีสันและหนึ่งในนั้นที่หลายคนให้ความสนใจในการแต่งสีสันให้ก็คือ ดวงตา อย่างที่ใครหลายคนมักพูดว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้นผู้หญิงหลายคนจึงให้ความสำคัญกับดวงตาเป็นพิเศษเช่นกัน

และเพื่อให้ดวงตาสวยงามน่ามอง ชวนให้หลงใหลแล้วการมีขนตาที่ยาว งอนก็จะช่วยเสริมให้ดวงตาดูสวยงามยิ่งขึ้น แต่การที่จะใช้ขนตาปลอดอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคนั้นต้องทำอย่างไรกันบ้างวันนี้เรามีวิธีการมาแนะนำกันค่ะ

อยากแรกในการเลือกใช้ขนตาปลอมคือ

ควรเลือกขนตาปลอมและหาซื้อกาวที่ติดขนตาที่มีมาตรฐาน ไม่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไปเพราะอาจจะเจอกาวติดขนตาของปลอมก็เป็นได้ ซึ่งพวกนี้จะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังของเราซึ่งจะมีผลให้มีอาการคัน บวม แดงได้ และหากเป็นมากอาจจะเกิดอักเสบบริเวณหนังตาได้ ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ในการรักษาในเวลาต่อมาได้ และเมื่อเราหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีมีมาตรฐานแล้วก็อย่าลืมเช็ควันหมดอายุก่อนใช้ด้วยนะ

เช็คให้มั่นใจทุกครั้งว่าของที่เรานำมาใช้งานนั้นสามารถใช้งานใกล้กับดวงตาและไม่เป็นอันตรายต่อผิวที่บอบบางได้ และทุกครั้งก่อนที่เราจะใช้งานขนตาปลอมควรมีการนำขนตาปลอมไปล้างน้ำเพื่อทำความสะอาดฝุ่นผงที่อาจจะมีติดอยู่ที่ขนตาได้ แล้วอย่าลืมว่าทุกครั้งก่อนติดขนตาให้ล้างมือของเราเองให้สะอาดด้วย 

การใช้ขนตาปลอมสามารถใช้ซ้ำอันเดิมได้ แต่ไม่ควรใช้ซ้ำบ่อยจนเกินไปควรเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอและอย่างที่บอกก่อนและหลังใช้ขนตาปลอมควรทำความสะอาดก่อนทุกครั้งก่อนใช้งาน

ที่สำคัญอย่าใช้ขนตาปลอมร่วมกับคนอื่น อย่าใช้ซ้ำกับของเพื่อนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคติดต่อที่อาจมีได้ และควรปล่อยให้ขนตาจริงได้พักผ่อนบ้างไม่ควรติดขนตาปลอมตลอดเวลาทุกวัน

ประวัติท่านโกษาปานที่บางคนก็ยังไม่รู้

เมื่อท่านโกษาปานเกือบได้เมียคนที่23!!

เมื่อท่านโกษาปานเกือบได้เมียคนที่23เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าท่านโกษาปานนั้นเป็นผู้มีเสน่ห์แม้แต่ในละครบุพเพสันนิวาสการะเกดยังกล่าวถึงว่าท่านงดงามทั้งรูปร่างน่าตาบุคลิกและเก่งกาดสามารถนั้นล้นเหลือจนทำให้ท่านพี่นั้นเฉยลว่าก้เพราะอย่างนี้นี่เองท่านโกษาปานนั้น

จึงมีเมียจนถึง22คนนั้นเองแม้แต่ในตอนที่โกษาปานไปฝรั่งเศษก็ยังไม่วายก็ถูกหญิงสาวสวยฝรั่งเศษจีบจนทำให้ท่านโกษาปานนั้นเกือบที่จะได้เมียคนที่23ดั่งที่ได้เขียนบันทึกไว้ว่าคณะนี้ก็ยังมีเหล่าสตีสาวๆอีกคนหนึ่งทำทีมีท่าทางหยอกเล่นกันว่าท่านราชทูลเจ้าค่ะต่างว่าดิฉันยอมเป็นภรรยาสำหรับของเจ้าคุณ

ซึ่งท่านเจ้าคุณนั้นจะรับดิฉันเป็นภรรยาไหมที่จริงแล้วนั้นท่านเจ้าคุณนั้นมีเมียอยู่แล้วไม่ใช่หรือและแต่ก็เข้าใจว่าจึงไม่เป็นที่รังเกียดซึ่งข้าก้เคยได้ยินใครนั้นเขาว่าสำหรับที่เมืองไทยโน้นใครเหล่ามักจะมีเมียสักกี่คนก็ได้ซึ่งก็ไม่ได้จะผิดเป็นสามีภรรยากันสำหรับท่านราชทูลนั้นก็ได้ตอบไปว่าป่าวไม่เป็นที่รังเกียดไม่ได้

ถ้าเธอจะยินยอมดังนั้นแล้วเราก็คงบัมลงเลี้ยงไม่ให้อานาทอนใจหากถึงแม้ว่าภรรยาเราจะมีอีกสักกี่คนๆเรานั้นก็จะแต่งตั้งเธอนั้นให้ได้เป็นใหญ่กว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นห้องหอที่อยู้กินนอนเราจะจัดให้ดีที่สุดซึ่งเราสามารถจะจัดได้ให้สมยศสมสมสกุลเธอทุกอย่างหญิงคนนั้นก้ได้ถามราชทูลกลับไปว่าก็เมียเล็กเมียน้อยนั้นเจ้าคุณมีสักเท่าใดดิฉันอยากรู้นักเจ้าคุณบอกได้ไหมได้สิเธอเรามี22ครเพียงเท่านั้น

แม้มีถึงต้อง22คนโน้นมีไม่ใช้น้อยเลยมีเยอะเหลือเกินนี่คุณเธออย่าพึ่งตกใจไปไกลเสียก่อนซึ่งเรานั้นจะบอกให้คุณเธอนั้นได้เห็นแปลกซึ่งในการที่ท่านเจ้าคุณนั้นได้มีเมียถึงต้อง22คนโน้นแหนะซึ่งเพราะเราก็ยังไม่เคยได้ยินคน

สำหรับเมืองนี้ว่าจะมีเมียมากถึงเพียงนี้แต่สำหรับในเมืองไทยนั้นก็ไม่มีใครจะเห็นแปลกใครจะมีใครเท่าไหร่ก็ได้และยิ่งไปกว่านั้นใครที่มีมากก็ยิ่งนับถือว่าเป็นคนมีบุญูวาสนามากต่างหากก็เมื่อบ้านเมืองเขานิยมแบบนี้แล้วใครเหล่าจะอาจฝืนความนิยมของเขาได้

ใครทำก็ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีกอย่าว่าที่อื่นไกลเลยดูเอาแม้ในเมืองฝรั่งเศษนี้เถอะทุกวันนี้มีธรรมเนียมผัวเดียวเมียเดียวไม่ใช่หรือนี่หากว่าจะมีธรรมเนียมใหม่ให้หญิงคนเดียวมีสามีได้ถึง22คนถ้าเคยเสียแล้วคงไม่เห็นแปลกอะไรจะกลับเห็นแปลกที่จะมีคนเดียวเสียอีก