สัตว์ในตำนานที่มีอายุยาวนานเป็นร้อยๆปี

คุณเคยคิดหรือไม่ว่าหากว่าคุรนั้นมีอายุยืนอยู่ได้จนถึงเทียบเท่ากับสัตว์ที่มีอายุนานเป็นร้อยปีมันจะเป็นอย่างไรและคุณจะเห็นสัตว์แปลกประหลาดที่มีอายุยืนราวกับว่ามันเป็นอมตะเลยทีเดียวแต่เชื่อว่าไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยืนนานเท่ากับสัตว์พวกนี้ได้อีกแล้วเพราะมันเป็นสัตว์ที่เป็นอมตะที่ไม่มีวันตายและมีอายุยืนนานเป็นร้อยๆปีอีกด้วยสสงสัยกันใช่มั้ยว่ามันเป็นสัตว์อมตะอย่างไรและมันมีอะไรที่ทำให้มันนั้นไม่ตาย

หนอนตัวแบน

คุณจะเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ฆ่าไม่ตายเลยก็ว่าได้เพราะว่าหากได้ถูกตัดออกขาดเป็นสองท่อนแต่มันก็สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และมีเวลาซ่อมแซมตัวเองได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆซึ่งสัตว์เป็นอมตะตัวนี้สามารรถพบเห็นได้บนโลกทั้งในน้ำจืดและในน้ำเค็มและในแหล่งน้ำทางธรรมชาติอื่นๆ

นักวิทยาศาสตร์ก็ได้กล่าวว่าความสามารถดังกล่าวของหนอนตัวแบนเหล่านี้มันมาจากเซลล์นีโอบัสซึ่งมันเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่มากช่วยสร้างในส่วนที่หายไปกลับมาใหม่ในระยะเวลาสั้นๆและเนื่องจากว่ามันไม่มีอวัยวัยวะเช่น หัวใจ หรือ ปอด เหมือนกับสัตว์ตัวอื่นๆทำให้มันอยู่ต่อไปได้อย่างสบายๆนอกจากนี้ในปี1960

มีงานวิจัยของเจมส์ได้เผยออกมาว่าแม้ว่าหนอนตัวแบนจะถูกตัดส่วนหัวออกไปแล้วแต่พวกมันก็ยังไม่เสียความจำโดยเกิดจากสารRNAปลุกถ่ายความจำสมองส่งผ่านรหัสของข้อมูลพาเซลล์ประสาทไปทั่วร่างกายหมายความว่าต่อให้มันถูกแยกร่างออกจากกันกี่ครั้งพวกมันก็ยังจำวิธีการหาอาหารหรือผสมพันธุ์ได้อีกด้วย

หอยเม่นทะเลสีแดง

หอยเม่นนอกจากมันจะมีหนามที่เป็นอาวุธที่ช่วยป้องกันตัวจากนีกล่าแล้วสำหรับหอยเม่นทะเลตัวสีแดงนั้นมันยังได้มีความพิเศษไปมากกว่านั้นอีกด้วยเพราะนอกจากว่าหอยเม่นนั้นจะมีอายุยืนยาวนานกว่า100ปีพวกหอยเม่นนั้นมันก็ยังไม่แก่ตัวลงเหมือนอายุของมันและหอยเม่นนั้นมันยังสามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ทั้งตลอดชีวิตด้วย

สำหรับหอยเม่นทะเลสีแดงนั้นสามารถพบเห็นได้ในทะเลหน้าน้ําตื้นทางภาคตะวันออกเฉีงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมันได้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากในระยยะในช่วงของสองปีแรกจากนั้นมันก็ได้เริ่มช้าลงเรื่อยๆแต่ว่าหอยเม่นสีแดงนั้นมันก็ยังไม่มีทาทีที่เจ้าหอยเม่นสีแดงนั้นจะหยุดเจริญเติบโต

ซึ่งปกติแล้วอายุประมาณเฉลี่ยของพวกหอยเม่นนั้นอยู่ที่ราวๆ7 15ปีแต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบหอยเม่นทะเลสีแดงตัวหนึ่งในหน้าน้ำบริติชโคลัมเบียที่มีอายุประมาณ200ปีและไม่มีสัญญาณของชรอภาพให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ข่าวสังคมที่โด่งดัง

หญิงสาวชาวไทย เปิดเผยถูกบูลลี่ ที่อังกฤษ

 เนื่องจากว่าใส่หน้ากากอนามัย หลังจากที่มีข่าว เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

หญิงสาวชาวไทย ออกมาเล่าประสบการณ์ถูกคนประเทศอังกฤษแผดเสียงใส่หน้า ไล่ให้เดินออกมาจากตลาด ไม่ให้ใช้ฟุตบาทร่วม เนื่องจากกล่าวหาเป็นตัวเชื้อโรค หลังจากที่เธอได้ใส่หน้ากากอนามัย เพราะเหตุว่า เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด

วันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เฟซบุ๊ก Panrawee Rungskunroch ได้ออมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกบูลลี่ที่อังกฤษ เนื่องจากใส่หน้ากากอนามัย โดยหญิงสาวคนดังกล่าวเล่าว่า “คนจำนวนไม่น้อยเคยถามพวกเราว่าอยู่อังกฤษมานานๆเคยถูก bully (ดูหมิ่นเหยียดหยาม) บ้างหรือเปล่า 

เนื่องจากว่าหลายๆประเทศมีการเหยียดคนต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย เธอเล่าว่าส่วนตัวแล้วเธอไม่เคยโดนเลย แม้กระนั้นเพื่อนฝูงรอบกายก็อาจจะมีโดนบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหายคนจีน กระทั่งพวกเราใส่หน้ากากอนามัยออกมาจากบ้านเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย จึงทำให้รู้เรื่องว่าการโดน bully จริงๆมันเป็นแบบงี้นี่เอง

เธอเล่าว่าสำหรับที่ประเทศอังกฤษแล้วการที่คนใส่หน้ากากอนามัย ที่นั่นจะเข้าใจว่าคุณป่วย และมักป่วยเป็นโรคทีร้ายแรงมากจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งตามความคิดเห็นของคนอังกฤษนั้นคนป่วยต้องอยู่บ้านไม่ควรออกมาเดินบนท้องถนน

ดังนั้นคนอังกฤษจึงมักมองว่าการที่คนใส่หน้ากาอนามัยเป็นตัวเชื้อโรค ส่วนมากที่ประเทศอังกฤษจะไม่ใส่กัน แต่ที่เธอกับเพื่อนคนจีนใส่เพราะพวกเธอเห็นข่าว ว่ามีคนจีนที่ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสแล้วเป็นโรคนี้ เธอเกรงว่าที่ประเทศอังกฤษก็อาจจะมีคนเป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหรือยังไม่เป็นข่าว

เพราะเพื่อนคนจีนของเธอบอกว่ามีคนจีนที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมืองHubei ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกลับมาที่อังกฤษด้วย ตอนแรกที่เธอถูก bully นั้นเธอเจอแค่เพียงลุกหนี เดินหนีใส่ แต่ต่อมาเหตุการณ์กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะเริ่มมีคนตะโกนด่า

และตะโกนไล่ตั้งแต่ที่มีข่าวว่ามีเชื้อไวรัสโคโรน่าที่อังกฤษ ซึ่งคนอังกฤษเข้าใจว่าคนที่ใส่หน้ากากคือคนที่มีเชื้อโรค จึงได้ทั้งผลักทั้งไล่ไม่ให้อยู่ใกล้ๆด้วย และอีกเรื่องที่เธอและเพื่อนจีนกำลังเจอปัญหาอย่างหนักคือหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือหาซื้อไม่ได้เพราะสินค้าขาดตลาดและถ้าซื้อทางอินเตอร์เน็ต ทางร้านค้าออนไลน์ก็โก่งราคาขายแพงมาก

ซึ่งเธอยังได้กล่าวออกมาอีกว่า ถีงแม้เธอจะถูกรังเกียจจากชาวอังกฤษแต่เธอและเพื่อนคนจีนจะยังคงใส่หน้ากากอนามัยแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าโรคนี้จะรักษาให้หายได้เพราะไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยง

วิธีทาลิปสติกอย่างไรให้สาวๆปลื้ม

วิธีทาลิปสติกอย่างไรให้ติดทนนาน

          อีกหนึ่งความงามที่ขาดไม่ได้เลยก็คิดริมฝีปากที่ควรมีสีสันเคลือบเอาไว้  สาวๆทุกคนจะรู้ดีว่าต่อให้ใบหน้าสวยแค่ไหน แต่หากปล่อยให้สีปากซีดเมื่อไหร่คือจบกันทันที

ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าลิปสติกคือชีวิตและจิตใจของสาวๆทุกคนเลยก็ว่าได้ บางคนไม่ชอบการทาสีลิปสติกที่สีจัดจ้านมากนักแต่ก็ยังทาสีอ่อนๆจางๆให้พอมีสีสันสวยงาม ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำการทาลิปสติกอย่างไรให้ติดทนนานไม่ซีดจางเร็วไม่ต้องเดินไปเติมลิปสติกบ่อยๆ

  • หลังจากที่เราจัดการกับขุยที่ปากเรียบร้อยแล้ว เราสามารถทารองพื้นแตะบางๆลงที่ริมฝีปากเพื่อแล้วทาสีลิปสติกทับลงไปหลังจากนั้นใช้กระดาษทิชชูกดทับ ทิ้งไว้สักพักแล้วทาลิปสติกซ้ำอีกครั้งจะช่วยให้สีของลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น

 

  • อันดับแรกควรจัดการกับผิวที่ริมฝีปากของเราให้เรียบเนียนไม่มีขุยเสียก่อนเพราะหากปากเป็นขุยแล้วทาลิปสติกทับลงไปยังไงก็ไม่ทำให้เราปากสวยแน่นอนดังนั้นเราควรจัดการกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วตรงริมฝีปากด้วยการทาลิปบาล์ม ให้ผิวที่ริมฝีปากมีความชุ่มชื้น ไม่ขุยไม่มีร่องเวลาทาลิปสติกจะได้สวยๆ

 

  • และเพื่อความสวยงามของริมฝีปาก เราควรใช้คอนซีลเลอร์ลบรอยลิปสติกที่อาจจะมีการทาเกินขอบปากออกมา  ซึ่งนอกจากจะทำริมฝีปากสวยแล้ว ยังเป็นการเน้นให้สีของลิปสติกดูคมชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

  • หรืออีกตัวช่วยหนึ่งที่จะช่วยให้สีของลิปสติกติดทนนานก็คือ การที่เราใช้ดินสอเขียนขอบปากที่เป็นสีเดียวกับสีของลิปสติกที่เราจะใช้ทาปาก ทาลงไปที่ริมฝีปากให้ทั่วทั้งปากเสียก่อนแล้วจึงค่อยทาลิปสติกซ้ำลงไปอีกครั้งรับรองสีลิปสติกติดทนนานแน่นอน นอกจากจะทำให้สีลิปสติกติดทนนานตลอดทั้งวันแล้ว ดินสอเขียนขอบปากยังช่วยให้เรามีขอบปากที่ดูอวบอิ่มน่าจูบอีกด้วย

 

อย่างไรก็ดี การที่เราทาลิปสติกแล้วจะดูสวยงามหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการที่เราเลือกสีลิปสติกที่จะใช้งานด้วยเช่นกัน ควรมีการเลือกให้เหมาะกับโทนสีที่เราแต่งหน้าและให้เข้ากับสีของเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในวันนั้นๆด้วย และหากเราหาสีที่ถูกใจไมได้

เราสามารถนำลิปสติกที่เรามีอยู่มาลองผสมสีเข้าด้วยกันกลายเป็นลิปสติกสีใหม่ ที่เป็นสีเฉพาะของเราเองได้ ที่สำคัญควรหาเวลาว่างในกาสคลับผิวหนังที่ปากที่เป็นขุยให้หลุดลอกออกไป เพื่อที่เวลาทาลิปสติกจะได้เนียนสวย

ใช้ขนตาปลอมอย่างไรให้ปลอดภัย

ความสวยงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะไปทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความงาม แต่หากบางคนที่มีความงามของตัวเองอยู่แล้วเพียงแค่เสริมนิดหน่อยก็จะส่งทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และความงามที่คนมักจะมองเห็นในครั้งแรกก็คือใบหน้าแม้สิ่งที่อยู่ใบหน้าทุกอย่างต้องดูดีทุกชิ้นถึงจะเพอร์เฟ็ค

แต่ผู้หญิงบางคนก็เลือกที่จะหาอะไรให้เป็นจุดเด่นบนใบหน้าของตัวเอง เช่น คิ้วสวย ปากสวย ตาสวยหรือแม้แต่ผิวหน้าที่สวย

การที่จะทำให้อื่นสะดุดตาในตัวเรานั้น ใบหน้าจะต้องมีการแต่งแต้มสีสันและหนึ่งในนั้นที่หลายคนให้ความสนใจในการแต่งสีสันให้ก็คือ ดวงตา อย่างที่ใครหลายคนมักพูดว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้นผู้หญิงหลายคนจึงให้ความสำคัญกับดวงตาเป็นพิเศษเช่นกัน

และเพื่อให้ดวงตาสวยงามน่ามอง ชวนให้หลงใหลแล้วการมีขนตาที่ยาว งอนก็จะช่วยเสริมให้ดวงตาดูสวยงามยิ่งขึ้น แต่การที่จะใช้ขนตาปลอดอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคนั้นต้องทำอย่างไรกันบ้างวันนี้เรามีวิธีการมาแนะนำกันค่ะ

อยากแรกในการเลือกใช้ขนตาปลอมคือ

ควรเลือกขนตาปลอมและหาซื้อกาวที่ติดขนตาที่มีมาตรฐาน ไม่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไปเพราะอาจจะเจอกาวติดขนตาของปลอมก็เป็นได้ ซึ่งพวกนี้จะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังของเราซึ่งจะมีผลให้มีอาการคัน บวม แดงได้ และหากเป็นมากอาจจะเกิดอักเสบบริเวณหนังตาได้ ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ในการรักษาในเวลาต่อมาได้ และเมื่อเราหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีมีมาตรฐานแล้วก็อย่าลืมเช็ควันหมดอายุก่อนใช้ด้วยนะ

เช็คให้มั่นใจทุกครั้งว่าของที่เรานำมาใช้งานนั้นสามารถใช้งานใกล้กับดวงตาและไม่เป็นอันตรายต่อผิวที่บอบบางได้ และทุกครั้งก่อนที่เราจะใช้งานขนตาปลอมควรมีการนำขนตาปลอมไปล้างน้ำเพื่อทำความสะอาดฝุ่นผงที่อาจจะมีติดอยู่ที่ขนตาได้ แล้วอย่าลืมว่าทุกครั้งก่อนติดขนตาให้ล้างมือของเราเองให้สะอาดด้วย 

การใช้ขนตาปลอมสามารถใช้ซ้ำอันเดิมได้ แต่ไม่ควรใช้ซ้ำบ่อยจนเกินไปควรเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอและอย่างที่บอกก่อนและหลังใช้ขนตาปลอมควรทำความสะอาดก่อนทุกครั้งก่อนใช้งาน

ที่สำคัญอย่าใช้ขนตาปลอมร่วมกับคนอื่น อย่าใช้ซ้ำกับของเพื่อนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคติดต่อที่อาจมีได้ และควรปล่อยให้ขนตาจริงได้พักผ่อนบ้างไม่ควรติดขนตาปลอมตลอดเวลาทุกวัน

ประวัติท่านโกษาปานที่บางคนก็ยังไม่รู้

เมื่อท่านโกษาปานเกือบได้เมียคนที่23!!

เมื่อท่านโกษาปานเกือบได้เมียคนที่23เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าท่านโกษาปานนั้นเป็นผู้มีเสน่ห์แม้แต่ในละครบุพเพสันนิวาสการะเกดยังกล่าวถึงว่าท่านงดงามทั้งรูปร่างน่าตาบุคลิกและเก่งกาดสามารถนั้นล้นเหลือจนทำให้ท่านพี่นั้นเฉยลว่าก้เพราะอย่างนี้นี่เองท่านโกษาปานนั้น

จึงมีเมียจนถึง22คนนั้นเองแม้แต่ในตอนที่โกษาปานไปฝรั่งเศษก็ยังไม่วายก็ถูกหญิงสาวสวยฝรั่งเศษจีบจนทำให้ท่านโกษาปานนั้นเกือบที่จะได้เมียคนที่23ดั่งที่ได้เขียนบันทึกไว้ว่าคณะนี้ก็ยังมีเหล่าสตีสาวๆอีกคนหนึ่งทำทีมีท่าทางหยอกเล่นกันว่าท่านราชทูลเจ้าค่ะต่างว่าดิฉันยอมเป็นภรรยาสำหรับของเจ้าคุณ

ซึ่งท่านเจ้าคุณนั้นจะรับดิฉันเป็นภรรยาไหมที่จริงแล้วนั้นท่านเจ้าคุณนั้นมีเมียอยู่แล้วไม่ใช่หรือและแต่ก็เข้าใจว่าจึงไม่เป็นที่รังเกียดซึ่งข้าก้เคยได้ยินใครนั้นเขาว่าสำหรับที่เมืองไทยโน้นใครเหล่ามักจะมีเมียสักกี่คนก็ได้ซึ่งก็ไม่ได้จะผิดเป็นสามีภรรยากันสำหรับท่านราชทูลนั้นก็ได้ตอบไปว่าป่าวไม่เป็นที่รังเกียดไม่ได้

ถ้าเธอจะยินยอมดังนั้นแล้วเราก็คงบัมลงเลี้ยงไม่ให้อานาทอนใจหากถึงแม้ว่าภรรยาเราจะมีอีกสักกี่คนๆเรานั้นก็จะแต่งตั้งเธอนั้นให้ได้เป็นใหญ่กว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นห้องหอที่อยู้กินนอนเราจะจัดให้ดีที่สุดซึ่งเราสามารถจะจัดได้ให้สมยศสมสมสกุลเธอทุกอย่างหญิงคนนั้นก้ได้ถามราชทูลกลับไปว่าก็เมียเล็กเมียน้อยนั้นเจ้าคุณมีสักเท่าใดดิฉันอยากรู้นักเจ้าคุณบอกได้ไหมได้สิเธอเรามี22ครเพียงเท่านั้น

แม้มีถึงต้อง22คนโน้นมีไม่ใช้น้อยเลยมีเยอะเหลือเกินนี่คุณเธออย่าพึ่งตกใจไปไกลเสียก่อนซึ่งเรานั้นจะบอกให้คุณเธอนั้นได้เห็นแปลกซึ่งในการที่ท่านเจ้าคุณนั้นได้มีเมียถึงต้อง22คนโน้นแหนะซึ่งเพราะเราก็ยังไม่เคยได้ยินคน

สำหรับเมืองนี้ว่าจะมีเมียมากถึงเพียงนี้แต่สำหรับในเมืองไทยนั้นก็ไม่มีใครจะเห็นแปลกใครจะมีใครเท่าไหร่ก็ได้และยิ่งไปกว่านั้นใครที่มีมากก็ยิ่งนับถือว่าเป็นคนมีบุญูวาสนามากต่างหากก็เมื่อบ้านเมืองเขานิยมแบบนี้แล้วใครเหล่าจะอาจฝืนความนิยมของเขาได้

ใครทำก็ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีกอย่าว่าที่อื่นไกลเลยดูเอาแม้ในเมืองฝรั่งเศษนี้เถอะทุกวันนี้มีธรรมเนียมผัวเดียวเมียเดียวไม่ใช่หรือนี่หากว่าจะมีธรรมเนียมใหม่ให้หญิงคนเดียวมีสามีได้ถึง22คนถ้าเคยเสียแล้วคงไม่เห็นแปลกอะไรจะกลับเห็นแปลกที่จะมีคนเดียวเสียอีก

ภัยจากฝุ่น PM 2.5

ฝุ่น PM 2.5 ทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วมันเคยเกิดขึ้นและระบาดหนักมากๆในต้นเดือนของปี2019 แต่เมื่อไม่มีกี่วันนี้ได้มีการแจ้งเตือนออกมาว่าฝุ่น PM 2.5 ได้กลับมาปกคลุมอากาศอีกครั้ง ทำให้หลายคนเริ่มที่จะซื้อหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อนกรอกฝุ่นไม่ให้เข้าสู่ร่างกายบางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าฝุ่น PM 2.5 คืออะไร

 

ฝุ่น PM 2.5 คือ ฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ไม่เกิน 2.5 ไมโครอน

หากได้ให้เปรียบเทียบกับเส้นผมของคนเรานั้นฝุ่น PM 2.5 มีขนาดที่เล็กกว่าถึง 20 เท่า ซึ่งเราไม่สามารถจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และเมื่อฝุ่นเหล่านี้รวมตัวตัวเยอะมากขึ้นจะทำให้เราเห็นในลักษณะที่เหมือนกับหมอกจางๆหรือควัน แหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 นั้นเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ

แต่ล้วนแล้วมาจากนั้นการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น อย่างเช่น การเผาป่า เผาขยะ การเผาเชื้อเพลง ควันท่อไอเสีย การก่อสร้าง และจากโรงงานอุตสาหรรม ฯลฯ สถานที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นชนิดนี้รุนแรงมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร เพราะเป็นจุดที่มีการสร้างและการจราจรเยอะมาก การได้รับฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก

ทำให้มันถูกแทรกซึมเข้าไปร่างกายได้อย่างง่าย และรวดเร็ว จะทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบในร่างกายหลายๆด้าน

1.ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

- มีอาการไอ จาม หรือแม้กระทั่งเป็นภูมิแพ้

- ใครที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่น มันจะเข้าไปกระตุ้น ทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง จนส่งผลให้อาการเหล่านี้กำเริบหนักขึ้นกว่าเดิม

- เสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอด โรคเหล่านี้จะเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับฝุ่นPM 2.5 สะสมไว้ในร่างกายเป็นเวลายาวนาน เพราะในฝุ่น PM 2.5 นั้นประกอบไปด้วยสารก่อมะเร็งอย่างเช่น ปรอท แคดเมียม โลหะหนัก เป็นต้น

2.ส่งผลกระทบต่อผิวหนัง

- ลมพิษ รู้สึกคันไปทั่วร่างกาย หากว่ามีอาการแพ้จะลามไป ตา รอบปาก จมูก ใบหน้า ขาหนีบและข้อพับส่วนตามต่างๆ

- ผื่นขึ้นตามร่างกาย รู้สึกปวดแสบปวดร้อน มีความระคายเคือง

- เพราะฝุ่นPM 2.5 มีสารเคมีและโลหะหลายชนิดปะปนอยู่ จะทำให้ทำร้ายเซลล์ผิวหนังได้

วิธีป้องกันภัยจากฝุ่น PM 2.5

หลายคนคงทราบแล้วว่าอาการหรือฝุ่นเหล่านี้จะแทรกซึมอย่างรวดเร็วทางระบบทางเดินหายใจ การปกป้องอย่างง่ายที่สุดคือ การสวมหน้ากากอนามัย แต่เพราะฝุ่นชนิดนี้อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีขนาดที่เล็กมากๆการแทรกซึมเข้าไปในร่างกายจะง่ายและรวดเร็วกว่าปกติ

หน้ากากที่เหมาะกับสภาพอากาศที่มีฝุ่น PM 2.5 นั้นคือ หน้ากากอนามัยรุ่น N95 จะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดเพราะหน้าหากอนามัยรุ่นนี้ถูกแบบมาเพื่อป้องกันมลพิษโดยเฉพาะ และการเลี่ยงหลีกการออกไปนอกสถานที่ถ้าหากไม่จำเป็นจะเป็นการป้องภัยจากฝุ่นPM 2.5 ได้ดีเลยทีเดียว

เอาใจช่วยเหล่าคนบันเทิงที่เป็นโรคซึมเศร้า

ล่าสุดกลายเป็นเรื่องราวสุดช็อกวงการบันเทิง ก็รณีที่นักแสดงชื่อดัง เหม ภูมิภาฑิต นิตยารส อายุ 31 ปี ดาราและนักแสดงชื่อดังได้ผูกคอตายปริศนาบริเวณระเบียงห้องภายในคอนโดส่วนตัว

 

โดยแฟนสาวตื่นมาเจอศพเป็นคนแรกพร้อมให้การกับตำรวจว่า เหม เป็นโรคซึมเศร้าเคยเขียนจดหมายลาตายมาครั้งหนึ่งแล้ว

นอกจากการตายของ เหม ก่อนหน้านี้ โรคซึมเศร้าก็ยังพรากชีวิตของ สิงห์ มุสิกพงศ์ นักดนตรีมือกีตาร์ วงสควีซแอนนิมอลไปด้วย ทางครอบครัวได้เปิดเผยว่า สิงห์ เป็นคนที่ชอบเก็บตัว พูดน้อย เงียบขรึม ชอบใช้ชีวิตอยู่ลำพัง มีอะไรก็ไม่พูดและไม่ระบายถึงความเครียดที่เกิดขึ้นจึงนำไปสู่การกระโดดตึกตายในที่สุด

โรคซึมเศร้าร้ายแรงกว่าที่ทุกคนคิดคนที่ยังไม่ตายก็เกือบตายเพราะอาการเครียด จิตวิตกกังวล เพราะมันไม่ใช่การเจ็บป่วยจากภายนอกแต่มันเป็นการเจ็บปวดจากข้างในจิตใจพี่ต่อให้อธิบายอย่างไรคนที่ไม่เป็นโรคนี้ก็จะไม่มีวันเข้าใจอย่างแน่นอน ทราย อินทิรา เจริญปุระ ต้องบอกว่าทรายเป็นคนแรกที่พูดถึงโรคซึมเศร้าเพราะเธอได้บอกเรื่องราวของตัวเองอยู่เสมอ

 

โลกซึมเศร้าเป็นโรคที่มีหลังจากที่เธอเกิดอุบัติเหตุรถชนทำให้เกิดภาวะช็อก

ประกอบด้วยกับการที่ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเช่นเดียวกัน เธอจึงโดนคำด่าวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆในแง่ลบ เธอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์แล้วกินยาอย่างสม่ำเสมอและยังบอกอีกว่าถ้าเธอไม่ได้ก้าวผ่านโลกนี้แต่เธอตัดสินใจเดินไปพร้อมกับมันด้วยการนึกถึงเรื่องเล็กๆในที่มีความสุข เช่น ยังตายไม่ได้เพราะยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เลยซึ่งมันก็ทำให้ชีวิตเธอมีความสุขแล้ว

พลอย เฌอมาล์ย บุญยศักดิ์

หลังจากที่พลอย หายเงียบไปนานสองปีปัจจุบันเธอก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจริงๆแล้วเท่านั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อาการนี้เคยเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 19

ซึ่งรุนแรงแล้วก็หายไป กลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อสี่ปีที่แล้วตั้งแต่เริ่มโดนแบน พลอยให้สัมภาษณ์ว่า ทรมานเหมือนกันแต่เราคิดว่าเราจะพยายามรักษาตัวเองให้ได้ถ้าล้มก็ต้องยืนขึ้นมาให้ได้ยืนไม่ไหวก็ต้องคานคานไปที่ใดที่หนึ่งหาอะไรเกาะแล้วดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้ นี่คือวิธีที่เธอต่อสู้กับตัวเองมาตลอดและพูดกับตัวเองอยู่เสมอว่า “ผ่านไปได้เธอจะเก่งผ่านไปได้เธอจะเก่ง”

ช้อปปิ้งอย่างไรให้มีประสิทธิภาพที่สุด

อย่างแรกๆเลยคือเราควรต้องช้อปปิ้งอย่างไรให้มีสติ หลายๆคนชื่นชอบในการช้อปปิ้ง

ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย เวลาช้อปปิ้งแล้วนั้นก็อาจจะหน้ามืดตามัวซื้อๆแหลก แล้วมานั่งเศร้าใจช่วงสิ้นเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินไม่พอเอาได้ง่ายๆ

การช้อปปิ้งไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไร ไม่ใช่การผลาญเงินทิ้งเหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ

เพราะคนเราก็ต้องมีการจับจ่ายใช้สอยเป็นเรื่องปกติ แต่จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราคงเคยได้ยินหลายๆคนบอกว่าควรซื้อสิ่งของที่ need คือจำเป็นแต่สิ่งของที่แค่ want คือความอยากได้เฉยๆไม่ต้องซื้อ คำกล่าวนี้ก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไปซะทีเดียว

การซื้อของ want บางอย่าง ส่งผลดีนอกจากได้สิ่งของแล้ว ยังส่งผลดีต่อสภาพจิตใจด้วย ทำให้เรารู้สึกแฮปปี้มีความสุข ผ่อนคลาย ไม่เครียด นั่นก็เป็นข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

วิธีช้อปปิ้งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดมีอย่างไรบ้าง

- ควรจดของ จดรายการที่ต้องการ รวมถึงงบประมาณสำหรับการช้อปปิ้งในวันนั้นๆเอาไว้คร่าวๆ เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่เทเงินช้อปวันเดียวหมด แล้ววันอื่นต้องขังตัวเองอยู่ในบ้าน อยู่ในห้อง เพราะไม่มีเงินในการออกไปไหน จริงไหมล่ะครับ เราควรฝึกตัวเองให้ซื้อในงบที่ตั้งไว้ เพื่อให้ไม่ใช้จ่ายเกินตัว

- พยายามซื้อของด้วยเงินสดให้มากที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราซื้อของด้วยเงินสด เราจะเห็นจำนวนเงินที่จ่ายออกไป ทำให้เรากะเกณฑ์ได้ถูก รวมถึงรู้สึกได้ถึงการจ่ายเงิน ทำให้เราระวังตัวไม่จ่ายมากเกินไปอีกด้วย หากเรารูดบัตร เราจะมองไม่เห็นยอดหนี้ที่เกิดขึ้น รู้ตัวอีกทีสิ้นเดือนก็อาจไม่พอจ่ายเสียแล้ว

- พยายามเปรียบเทียบราคา/คุณภาพ ก่อนซื้อ เราเป็นผู้ซื้อ เรามีสิทธิ์เลือก ฉะนั้นก็ใช้เวลาตรวจสอบคุณภาพ และราคาสินค้าให้ดีให้คุ้มที่สุด บางอย่างอาจจะสวยจริง แต่ราคาแพงเกินไปมากๆ เราก็ต้องตัดใจเอาบ้าง

- อย่าหลงเชื่อแต่ของแถม และของลดราคา เพราะของแถมหรือของลดราคาบางอย่าง คุณภาพไม่ได้ดีเสมอไป ซื้อมาแล้วอาจจะเสียดายเงินไปเปล่าๆ สู้เก็บเงินอีกหน่อยเป็นก้อน ซื้อของใหม่ดีๆเลย จะคุ้มค่ากว่า

- เก็บใบเสร็จ และถุงกล่อง ซองเอาไว้เสมอ หรือยังไม่ต้องรีบแกะป้ายราคาของ เพราะว่าเผื่อเกิดเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนสินค้า สินค้าพัง แตกหัก หรือผิดไซส์ ผิดขนาด เราจะได้ทำการเปลี่ยนหรือเคลมได้

 

คนแรกของโลก พบชายหนุ่มสเปนป่วยเป็นไข้เลือดออกที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์

ไข้เลือดออกเป็นโรคที่ติดต่อโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เป็นเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า เดงกี่ ( Dengue fever )

อาการของไข้เลือดออกนั้นจะมีอาการคล้ายกับอาการของไข้หวัดใหญ่ จึงต้องหมั่นสังเกตดูให้ละเอียด

ไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์  หากเราป่วยได้รับเชื้อไม่ว่าจะสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งไปแล้ว

ร่างกายของเราจะผลิตภูมิคุ้มกันขึ้นโดยจะไม่เป็นไข้เลือดออกสายพันธุ์นั้นๆอีกตลอดชีวิต แต่อย่าพึ่งแน่นอนใจไป เพราะเรายังสามารถได้รับเชื้อไข้เลือดออกจากสายพันธุ์อื่นๆที่เรายังไม่เคยเป็นอีกก็ได้  โรคไข้เลือดออกมันจะระบาดแพร่กระจายได้ง่ายในช่วงฤดูฝน และเราสามารถพบพวกยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคนี้ได้มากที่สุดคือในพวกประเทศที่อยู่ในเฃภูมิอากาศเขตร้อน ที่ๆประชากรหนาแน่นได้อีกด้วย 

     ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศสเปนได้เปิดเผยเกี่ยวการค้นพบในครั้งนี้ว่า กรณีที่พบได้เกิดขึ้นที่เมืองมาดริด ประเทศสเปน พบผู้ชายที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก มีอายุ 41 ปี ที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้มาโดยผ่านการมีเพศสัมพันธุ์ที่เป็นคนแรกของโลก เขาได้มีอาการป่วย ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้สูง มีลักษณะอาการของคนที่ได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่ อาการเริ่มเป็นหลังจากที่เขาได้ไปมีเพศสัมพันธุ์กับคนรัก ซึ่งปกติโรคไข้เลือดออกนี้จะติดต่อโดยการที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค แต่เมื่อได้ไปสอบถามรายละเอียด ชายคนรักของเขาได้เดินทางไปประเทศคิวบาและสาธารณรัฐโดมินิกันและถูกยุงกัดทำให้ได้รับเชื้อเดงกี่มาและก็มีอาการป่วยก่อนหน้าที่จะมามีเพศสัมพันธุ์ก่อนหน้านี้ 10 วัน แต่ตัวเขาเองไม่ได้เดินทางไปไหนที่ทำให้เกิดภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้เลือดออกได้เลย 

ทางทีมแพทย์ที่สเปนได้นำสเปิร์มของทั้งคู่ไปตรวจ

ซึ่งไม่เพียงแต่จะพบเชื้อไวรัสเดงกี่ที่เป็นไว้รัสของโรคไข้เลือดออกแล้ว ยังพบเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ส่วนใหญ่จะพบได่แค่ประเทศคิวบาอีกด้วย เนื่องด้วยจากสาเหตุนี้นี่จึงเป็นความรู้ที่มาใหม่เกี่ยวกับเชื้อไวรัสนี้ที่สามารุติดต่อกันโดยการมีเพศสัมพันธุ์ในชายรักชายได้อีกด้วย

holiday palace การพนันออนไลน์ที่ทันสมัย

หลายคนสงสัยว่าทำไมคนถึงชอบที่จะแทงบอลออนไลน์ ต้องตอบอย่างไม่คิดอะไรมากเลยครับ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามยุกต์สมัย พัฒนาการของโลกมันมาไกล เทคโนโลยีก็ไปไกลเช่นกัน

ถ้าทุกอย่างบนโลกนี้ยังเป็นรูปแบบเดิมๆ ที่ล่าหลังอยู่ก็จะไม่มีความเจริญเติบโตให้ทันบ้านเมืองอื่นเขา การพนันและการแทงบอลก็เช่นกันครับ เพราะทุกอย่างมันก็จะเป็นไปตามวิวัฒนาการของมัน

เมื่อก่อนคนที่จะแทงบอลก็ต้องใช้โทรศัพท์โทรคุยกันเพื่อต่อรองราคาและสอบถามคู่บอล ซึ่งนั้นมันเป็นเรื่องที่ทำให้ช้าและเสียเวลามาก อัตราการโดนโกงก็มีเยอะ ไม่เหมือนทุกวันนี้เปลี่ยนมาเป็นการแทงบอลออนไลน์ก็จะดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะมาก

เพราะผู้เล่นสามารถที่จะดูคู่บอลได้ผ่านหน้าเว็บ holiday palace  เลย วันไหนอยากแทงกี่คู่ก็สามารถแทงได้เองโดยที่ไม่ต้องโทรไปหาใคร แนวทางและวิธีการในการแทงบอลก็มีให้เลือกศึกษาเยอะ ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก

คนที่แทงบอลออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ได้เงินกันเยอะ ก็จะเป็นการแทงบอลชุดครับ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบอล step นั้นเอง การแทงบอลแบบนี้ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรเยอะ แต่คนที่จะเล่นบอลชุดนั้นก็ต้องเก่งเรื่องบอลอยู่พอสมควร เพราะผิดแค่คู่เดียวก็ไม่ได้เงิน

ดังนั้นการที่จะแทงให้ถูกทุกคู่คนๆ นั้นก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ เรียกได้ว่าเก่งอยู่พอสมควร เมื่อลูกค้าที่แทงบอลชุดได้กำไรเยอะ พวกเจ้ามือก็จะมีรายได้จากค่าน้ำเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้ามีคนแทงเยอะขึ้นจากกำไรน้อยๆ รวมกันก็กลายเป็นมากขึ้น

การมีเว็บแทงบอลที่มากมายทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น สมาชิกสามารถเลือกแทงบอลได้จากทุกทีมทั่วโลกโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งบอลก่อนเตะ และแทงบอลได้ในขณะกำลังเตะ เห็นไหมครับว่าการแทงบอลออนไลน์มันดีกว่าแทงบอลตามโต๊ะขนาดไหน แล้วก็ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเองเสมอ